Consul General’s Corner : ชีวิตการกีฟา
17 มกราคม 2554
หนึ่งในความแตกต่างอย่างมากระหว่างโรงเรียนในเอเชียกับโรงเรียนในอเมริกา คือ กีฬา
ในช่วงที่ดิฉันทำงานที่ฮ่องกง ประเทศจีน และในประเทศไทย ดิฉันพบว่ามีการเน้นเรื่องการเรียนของนักเรียนอย่างมากจนทำให้การมีส่วนร่วมในกิจกรรมนอกหลักสูตรลดน้อยลง ระหว่างการสนทนาทางเวบ (webchat) เรื่องกีฬาที่กรุงปักกิ่ง ชุมชนจีนชาวเน็ตบอกดิฉันว่า พ่อแม่ไม่ยอมให้พวกเขาเล่นกีฬาเพราะกลัวว่าจะทำให้เวลาทำการบ้านลดน้อยลง และในความเป็นจริง มีการแบ่งโรงเรียนที่เน้นการกีฬาและเน้นวิชาการอยู่แล้ว นักเรียนที่มีแววนักกีฬาจะถูกส่งไปอยู่โรงเรียนกีฬา
ในสหรัฐอเมริกา กีฬาเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาของเรา การเริ่มการทำงานเป็นทีมครั้งแรกของเราก็คือที่สนามแข่งกีฬา เด็ก ๆ อายุ 4 และ 5 ปี เล่นฟุตบอลหรือเบสบอลด้วยกัน กีฬาที่เล่นเป็นทีมยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือมหาวิทยาลัย เป็นการรวมโรงเรียนต่าง ๆ หรือชุมชนเข้าด้วยกันภายใต้ชื่อ “ทีมเหย้า” โดยเฉพาะในการแข่งอเมริกันฟุตบอลหรือบาสเก็ตบอล เราถูกสอนตั้งแต่เด็ก ๆ ว่ากีฬามีส่วนในการสอนให้เรารู้จักการร่วมมือกัน การรับมือกับความผิดหวัง หรือการเล่นตามกฎกติกา ผู้บริหารระดับสูงหลายคนเคยเป็นนักกีฬาที่โรงเรียนและที่มหาวิทยาลัยมาก่อน
กีฬาเป็นมากกว่าการพักผ่อนหย่อนใจสำหรับคนอเมริกัน กีฬาเปรียบเสมือนการฝึกอบรมพื้นฐานของชีวิต สามีของดิฉัน ซึ่งเติบโตที่ประเทศอังกฤษมักจะเล่าให้ลูก ๆ ของเราฟังถึงความสำคัญของการเล่นกีฬาเป็นทีม เขายังเป็นโค้ชให้โรงเรียนของลูกด้วย
ดิฉันเป็นนักกีฬาทั้งในระดับมัธยมปลายและในมหาวิทยาลัย เป็นนักกีฬาวิ่งลู่ และวิ่งครอสคันทรี การที่จะต้องจัดแบ่งเวลาในตารางเวลาที่แน่นมาก การที่จะต้องมีวินัยในการฝึกฝนทุกวัน รวมทั้งการช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม สอนให้ดิฉันมีทักษะในการบริหารจัดการและการเป็นผู้นำ จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2545 โดยแมสมิวชวลไฟแนนเชิลกรุ๊ป ซึ่งสอบถามผู้นำธุรกิจอาวุโสจำนวน 400 คน เกี่ยวกับอาชีพและประสบการณ์เกี่ยวกับการกีฬาในช่วงที่เติบโตมา ผู้บริหารหญิงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่า พวกเขาได้เล่นกีฬาที่เป็นทีม ส่วนมากเล่นกีฬาที่เป็นทีมในช่วงเรียนมัธยมปลายเช่นเดียวกับดิฉัน โดยเล่นกับทีมภายในโรงเรียนหรือเป็นทีมตัวแทนโรงเรียน จำนวนเกือบหนึ่งในสี่เล่นกีฬาเบสบอล จำนวนหนึ่งในห้าเล่นวอลเล่ย์บอล มีจำนวน 15 เปอร์เซ็นต์ที่เล่นเทนนิส และอีก 10 เปอร์เซ็นต์เป็นนักกีฬาวิ่งลู่ (มีเพียง 8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่เล่นฟุตบอล ซึ่งดิฉันทราบดีว่าเป็นกีฬาที่เป็นที่ชื่นชอบอย่างมากในส่วนอื่น ๆ ของโลก ในช่วงที่ดิฉันเป็นเด็ก เรามีโอกาสเล่นฟุตบอลน้อยมาก แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา) ยิ่งกว่านั้น มีจำนวนหนึ่งในสามของผู้บริหารหญิงเหล่านี้ที่ยังคงเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายสามครั้งต่อสัปดาห์
จากผลการศึกษาหนึ่งในปี พ.ศ. 2548 มีข้อบ่งชี้ว่าการเล่นกีฬาจะเป็นหนทางนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต มีจำนวนนักกีฬาจากการสำรวจที่มีโอกาสที่จะเรียนต่อ 4 ปีในระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่านั้น มากกว่ากว่าผู้ที่ไม่ได้เล่นกีฬา (78 เปอร์เซ็นต์ของนักกีฬา เทียบกับ 64 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ไม่ได้เล่นกีฬา) (Ingels, 2005, 71) กีฬาเป็นส่วนที่สำคัญมากในชีวิตของคนอเมริกัน จนมีการออกกฎหมายรับรอง กฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาหัวข้อที่ 9 แก้ไขในปี พ.ศ. 2515 ระบุว่า “ไม่มีบุคคลใดในประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าเพศใดก็ตาม จะถูกกีดกันจากการเข้าร่วม หรือถูกปฎิเสธที่จะได้รับประโยชน์ หรือถูกแบ่งแยกจากแผนการศึกษาหรือกิจกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ” บทแก้ไขนี้ไม่ได้ระบุถึงการกีฬา แต่การบังคับใช้กฎหมายใน ”หัวข้อที่ 9” (ตามที่รู้จักกัน) หมายรวมถึงว่าเด็กผู้หญิงสามารถจะเล่นกีฬาฟุตบอล หรือบาสเก็ตบอล หรือวอลเลย์บอล หรือละครอส (กีฬาชนิดหนึ่งที่ใช้สวิงตีลูกบอลเล็ก ใช้คนเล่น 10 คน) ได้ ผลของกฎหมายนี้ ทำให้มีผู้หญิงเล่นกีฬาเป็นจำนวนมาก ในการศึกษาในปี พ.ศ. 2549 (เรื่องผู้หญิงในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ: การศึกษาแห่งชาติในระยะยาว 29 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 – 2549 โดย ลินดา จีน คาร์เพนเตอร์ และ อาร์. วิเวียน อาคอสตา) แสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้หญิงในระดับมัธยมปลายที่เล่นกีฬามีมากขึ้นถึง 9 เท่า ในขณะที่จำนวนผู้หญิงที่เล่นกีฬาในมหาวิทยาลัยมีเพิ่มขึ้นถึง 450 เปอร์เซ็นต์
เนื่องจากกีฬามีความสำคัญอย่างมากในชีวิตของคนอเมริกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เชียงใหม่ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลระหว่างสามสำนักงานทางการทูตของประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 15 มกราคมนี้
นักกีฬาซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากสถานทูตอเมริกา กรุงเทพ และ สถานทูตอเมริกา เวียงจันทน์ และสถานกงสุลใหญ่อเมริกา เชียงใหม่ จะแข่งฟุตบอลร่วมกัน (ระหว่างเจ้าหน้าที่จากประเทศไทยและประเทศลาว) ก่อนที่จะร่วมงานเลี้ยงรับรองแบบล้านนาที่กงสุลอเมริกัน มิสแคเรน สจ๊วตท์ เอกอัครราชทูตจากสถานทูตอเมริกา เวียงจันทน์ ซึ่งเป็นกงสุลคนสุดท้ายของสถานกงสุลอเมริกา อุดร ก่อนที่จะปิดลง ก็มาร่วมการแข่งฟุตบอลนัดนี้ด้วย เช่นเดียวกับท่านอุปทูตจากสถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพ นอกจากนี้ เรายังมีครอบครัวของเจ้าหน้าที่มาร่วมงานด้วยเป็นจำนวนมาก
คุณอาจจะทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานของคุณทุกวัน แต่คุณจะไม่รู้จักเขาจริง ๆ จนกว่าคุณจะได้เล่นกีฬากับเขา การแข่งขันฟุตบอลประจำปีนี้นับเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของทีมที่ดีที่สุด
และเราหวังจะร่วมแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรกับเพื่อน ๆ ของเราที่เชียงใหม่อีกในไม่ช้านี้ พวกคุณพร้อมหรือยังคะ?