jump over navigation bar
Consulate SealUS Department of State
Consulate General of United States Chiang Mai, Thailand flag graphic
 
  Applying for a U.S. Business/Tourist Visa (B1/B2) Applying for a U.S. Student Visa (F1) Applying for a U.S. Exchange Visitor Visa (J1) Summer Work and Travel (SWT) Electronic Visa Application Form (EVAF) Visa Application Forms Online Treaty Trader and Investors (E1/E2) Ask a Consul - Visa FAQs English Thai

Ask a Consul

คำถาม - จำเป็นต้องมีเอกสารใดบ้างเพื่อให้ได้รับการอนุมัติวีซ่า

เจ้าหน้าที่กงสุลจะพิจารณาใบสมัครของท่านเป็นรายๆไป กรุณานำเอกสารมายื่นเพื่อแสดงว่าท่านมีเหตุผลน่าเชื่อถือที่จะนำท่านกลับมายังประเทศไทย (หรือที่ใดก็ตามที่เป็นที่พำนักของท่านนอกประเทศสหรัฐฯ) หลังการเยือนประเทศสหรัฐฯ โปรดทำความเข้าใจว่า สถานภาพทางครอบครัว, ทางสังคม, และทางอาชีพของผู้สมัครแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน เอกสารที่สามารถแสดงความผูกพันอันแน่นแฟ้นของผู้สมัครรายหนึ่งจึงอาจใช้ไม่ได้กับผู้สมัครอีกรายหนึ่งด้วยเหตุผลว่าสถานการณ์ของผู้สมัครแต่ละท่านแตกต่างกันไป ด้วยเหตุ นี้จึงไม่มีเอกสารใดเป็น”ชุดตายตัว”ที่จะรับรองได้ว่าจะทำให้ท่านได้รับวีซ่า อันที่จริงแล้ว เอกสารอาจไม่จำเป็นเสมอไป ผู้สมัครอาจยื่นข้อมูลใดๆก็ได้ที่ต้องการแสดงเพื่อให้เห็นว่าท่านมีความผูกพันอันแน่นแฟ้นต่อประเทศที่พำนักของท่านไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ, ครอบครัว,และอาชีพการงาน ทางกงสุลฯไม่อาจและจะไม่แนะท่านเกี่ยวกับกับหลักฐานที่จะนำมายื่นสมัคร

คำถาม - เหตุใดต้องต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 131 เหรียญฯเพื่อสมัครวีซ่า ทั้งที่อาจจะถูกปฏิเสธ

ผู้สมัครวีซ่าต้องจ่ายค่าสมัครฯในราคา 131 เหรียญสหรัฐฯหรือเงินบาทในอัตราเทียบเท่าซึ่งไม่สามารถจ่ายคืนได้ การปฏิบัติงานของแผนกกงสุลแห่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอมพิวเตอร์, เงินเดือนพนักงาน, และอุปกรณ์ต่างๆล้วนต้องใช้ค่าธรรมเนียมดังกล่าวมาสนับสนุน เราจำเป็นต้องให้ผู้สมัครทุกท่านจ่ายค่าธรรมเนียมแบบไม่สามารถจ่ายคืนได้เพราะไม่ว่าผู้สมัครจะได้รับการปฏิเสธหรือไม่เราก็ต้องใช้จำนวนเวลาและทรัพยากรต่างๆเท่าๆกัน ผู้ที่จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมต้องเป็นข้าราชการจากส่วนกลางที่จะเดินทางไปทำภารกิจทางราชการหรือต้องเป็นผู้ถือหนังสือเดินทางทางการทูตเท่านั้น

คำถาม - ในระหว่างภาคเรียน ฉันต้องการไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ บางทีฉันอาจจะไปเรียน แต่ถ้ามีโอกาสฉันก็จะทำงานไปด้วย ฉันควรจะสมัครขอวีซ่าประเภทไหน

ผู้ที่ต้องการเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อไปศึกษาต้องขอวีซ่าประเภท F1 ท่านต้อง ติดต่อสถาบันที่จะไปเรียนเพื่อให้ได้เอกสาร I-20 A-B ซึ่งเป็นใบประกาศนียบัตรที่รับรอง สถานะของวีซ่านักเรียนประเภท F1 ในการที่จะเข้าเรียน ผู้สมัครและเจ้าหน้าที่ของสถาบันจะต้องเซ็นในแบบฟอร์มนั้นให้เรียบร้อยก่อนมายื่นขอวีซ่า นักเรียนที่มีหลักสูตรการศึกษาน้อยกว่าหนึ่งปีไม่สามารถที่จะขออนุญาตทำงานได้ เว้นแต่จะเป็นการทำงานภายในสถาบัน ที่ท่านกำลังศึกษาอยู่ ซึ่งถ้าท่านลงทะเบียนเรียนเต็มเวลาในหลักสูตรภาษาอังกฤษ(อย่างน้อย 20 ชั่วโมง/สัปดาห์) ท่านสามารถทำงานในสถาบันนั้นระหว่างที่ท่านเรียนอยู่ในช่วงปีแรกได้ หลังจากนั้นในช่วงปีที่สองและปีต่อๆไปบางสถาบันจะอนุญาตให้รับจ้างทำงานภายนอกได้ โดยไม่เกิน 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ Good luck with your English!

คำถาม - เพื่อนของฉันได้วีซ่านักเรียนแล้ว แต่ว่าเมื่อเขาไปถึงสนามบินลอสแองเจลลิส เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองบอกว่าเขาเข้าประเทศมาเร็วเกินไปและจะต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อน ฉันอยากทราบเหตุผลว่าทำไม

เราได้รับทราบว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับนักเรียนบางท่านจากจังหวัดเชียงใหม่และเราได้ทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุดแล้วในการเตือนนักเรียนให้ทราบถึงกฏระเบียบต่างๆ อย่างไรก็ดีนักเรียนไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้เร็วกว่าหนึ่งเดือนก่อนวันที่จะเริ่มเรียนตามที่ระบุไว้ในเอกสาร I-20 ผู้ถือวีซ่าประเภท F1 ที่เดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนวันเริ่มเรียนตามที่ระบุไว้ในเอกสาร I-20 เกิน 30 วันจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศและจะต้องเดินทางกลับประเทศไทยโดยต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง เราขอแสดงความเสียใจที่เพื่อนของท่านต้องได้รับบทเรียนราคาแพงเช่นนี้

คำถาม - ทำไมคนไทยจึงต้องขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศสหรัฐ ไม่เห็นคนอเมริกันจะ ต้องมีวีซ่าเพื่อเข้า ประเทศไทยเลย

ความจริงแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯต้องการให้คนไทยทุกคนมาเที่ยว มาเรียน และมาติดต่อธุรกิจใน ประเทศสหรัฐฯ แต่เราจำเป็นต้องแน่ใจเสียก่อนว่าบุคคลที่มาจากบางประเทศ ที่ต้องการเข้าประเทศของเราเป็นการชั่วคราวเหล่านั้น จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาหรือเป็นภาระของประเทศสหรัฐ และจะเดินทางกลับประเทศของตนเมื่อเสร็จ ธุระแล้ว แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่ามีชาวต่างชาติจำนวนมากที่ทำตัวเป็น “โรบิน ฮู้ด” เดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ไปแล้วและอยู่ต่อไปอย่างผิดกฎหมายเราจึงจำเป็นต้องขอสัมภาษณ์ผู้ขอเข้าประเทศทุกคนเพื่อตรวจสอบเอกสารและตรวจลายนิ้วมือก่อนออกวีซ่าหรือเอกสารอนุมัติให้เข้าประเทศ

คำถาม - ข้าพเจ้ามีวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ ที่ยังไม่หมดอายุ แต่วีซ่านั้นอยู่ในหนังสือ เดินทางเล่มเดิมซึ่ง หมดอายุไปแล้ว ข้าพเจ้ายังใช้วีซ่านั้นเดินทางเข้าประเทศได้ หรือไม่

ได้ คุณควรเดินทางโดยถือหนังสือเดินทางทั้งสองเล่ม คือ เล่มเก่าที่มีวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ และเล่มใหม่ที่ กระทรวงการต่างประเทศของไทยเพิ่งออกให้ ท่านจำเป็นต้องมีหนังสือเดินทางทั้งสองฉบับ เพื่อเข้าประเทศสหรัฐฯ

อนึ่ง เหตุผลในการเข้าประเทศจะต้องตรงกับประเภทของวีซ่าที่ออกให้ เช่น วีซ่าสำหรับท่องเที่ยวจะใช้เข้า ประเทศสหรัฐฯ เพื่อเรียนหนังสือหรือทำการอื่นๆไม่ได้้

คำถาม - ควรมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ถึงจะได้วีซ่า

ไม่สามารถบอกเป็นตัวเลขที่แน่นอนได้ เพราะสถานการณ์ของแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกัน เมื่อท่านเข้า มารับการสัมภาษณ์ เราจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าประวัติด้านการเงินของท่านสอดคล้องกับเอกสาร ประกอบและจุดประสงค์ในการเดินทางของท่านหรือไม่

คำถาม - ทำไมลุง ป้า น้า อา แฟน หรือ พี่สาวที่มีฐานะการเงินดี ไม่สามารถรับประกันการกลับเมืองไทยของข้าพเจ้าได้

ไม่มีใครสามารถรับประกันการกลับมาของคุณได้ เจ้าหน้าที่แผนกกงสุลจะพิจารณาสถานการณ์ ส่วนบุคคลของ ผู้สมัครและตัดสินใจว่าคุณมีคุณสมบัติที่จะได้วีซ่าชั่วคราวด้วยตัวคุณเองหรือไม่

คำถาม - เพื่อนชายของดิฉันต้องการสปอนเซอร์ เพื่อให้ดิฉันเดินทางไปอเมริกา เขาต้องทำอะไรบ้าง

ผู้สมัครวีซ่าประเภทชั่วคราวไม่สามารถใช้ระบบสปอนเซอร์ได้ ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติด้วยตนเอง ในการได้วีซ่า ดีที่สุดที่ท่านจะทำได้คือการนั่งคุยกับเพื่อนของท่านเรื่องความผูกพันของท่านที่มี ต่อประเทศไทย ให้ท่านคิดว่ามีอะไรบ้างที่จะเป็นเหตุผลที่ทำให้ท่านกลับมาเมืองไทย และเตรียม เอกสารที่จะแสดงให้เห็นความผูกพันเหล่านั้น เพื่อนของคุณสามารถอ่านข้อมูลที่เราจัดเตรียมไว้ให้ สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยผู้สมัครขอวีซ่าได้ที่ http://bangkok.usembassy.gov/services/visa/nivhelp.htm.

คำถาม - ข้าพเจ้าต้องการไปเรียนที่อเมริกาแต่ข้าพเจ้าได้ยินมาว่าไม่มีทางที่จะได้วีซ่า

การปฏิเสธวีซ่าจะไม่เกิดขึ้นถ้าคุณทำการบ้านมาดี ซึ่งนั่นหมายถึง การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เรียนในสหรัฐ, การตัดสินใจเลือกว่าสถาบันไหนมีสาขาวิชาที่คุณต้องการเรียน, การสอบโทเฟิล หรือแบบทดสอบอื่นๆที่จำเป็น, การสมัครเรียนในสถาบันที่คุณเลือกไว้ไปจนถึงการได้จดหมาย ตอบรับจากสถานศึกษานั้นๆที่สถาบันเอยูเอและศูนย์การศึกษานานาชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีเอกสารต่างๆแจกเพื่อช่วยให้ข้อมูลคุณได้ และนอกจากนี้คุณยังสามารถหาข้อมูลเกือบทั้งหมดจาก อินเตอร์เนตได้อีกด้วย

คำถาม - ถ้าข้าพเจ้าทำทุกอย่างแล้วยังไม่ได้วีซ่าล่ะ

ถ้าคุณสมัครแล้วได้รับการตอบรับจากสถาบันการศึกษาในสหรัฐอเมริกา และแสดงให้เห็นว่าคุณมีศักยภาพที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายอื่นๆได้ คุณก็น่าจะมีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับวีซ่านักเรียน เมื่อปีที่ผ่านมาเราอนุมัติวีซ่านักเรียนไปร้อยละ 88 จากผู้สมัครวีซ่านักเรียนทั้งหมด ขณะนี้มีนักเรียน ไทยเกือบ 9,000 คนที่กำลังศึกษาอยู่ในสหรัฐ คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นได้

คำถาม - ข้าพเจ้าสามารถศึกษาระดับมัธยมศึกษาในสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่

ถึงแม้ว่าคนสัญชาติอเมริกันจะไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อเรียนในโรงเรียนมัธยมฯของรัฐบาล แต่สองสามปี ที่ผ่านมาสภาคองเกรสมีมติว่านักศึกษาต่างชาติที่ต้องการเรียนในโรงเรียนมัธยมฯของรัฐจะต้องจ่าย ค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ดังนั้นถ้าคุณมีโครงการที่จะไปเรียนในโรงเรียนรัฐบาล คุณต้องแสดงให้เห็น ว่าคุณได้จ่ายค่าเล่าเรียนแล้วทั้งปีการศึกษาก่อนที่คุณจะมาขอวีซ่า ซึ่งเงินจำนวนนี้จะอยู่ระหว่าง 3,400 ถึง 10,000 เหรีญญสหรัฐ กฏหมายยังได้จำกัดให้นักเรียนต่างชาติสามารถเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้เพียง 1 ปีเท่านั้น ส่วนนักเรียนที่จะไปเรียน โ รงเรียนเอกชนในสหรัฐ จะศึกษานานเท่าไหร่ก็ได้ อีกทั้งไม่จำ เป็นต้องจ่ายเงินล่วงหน้าด้วย

คำถาม - ในการยื่นสมัครขอวีซ่านักเรียน เราจำเป็นจะต้องใช้เงินจำนวนเท่าไหร่

ผู้สมัครขอวีซ่านักเรียนต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่า ณ ขณะนั้นคุณมีเงินเพียงพอที่จะชำระค่าใช้จ่ายต่างๆทั้งหมด ในปีแรก สำหรับหลักสูตรที่มีระยะเวลาเรียนเกินหนึ่งปีขึ้นไป คุณเพียงจะต้องพิสูจน์ได้ว่าคุณมีเงินเพียงพอ ที่จะชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สำหรับปีแรกได้ในทันที อย่างไรก็ตามคุณต้องสามารถพิสูจน์ได้ด้วยว่าในปีถัดๆไปครอบครัวของคุณจะมีรายได้เพียงพอที่จะสามารถส่งให้คุณเรียนต่อไป

คำถาม - ไม่ทราบว่า เพื่อนชายหรือลุงหรือเพื่อนของพ่อจะสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนให้ได้หรือไม่

ถ้าหากว่ามีใครคนอื่นที่นอกเหนือจากพ่อแม่ของคุณจะช่วยเหลือในด้านการเงิน เพื่อที่จะส่งให้คุณ ศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา เราต้องการทราบคำอธิบายอย่างละเอียดในเรื่องนั้น เหตุผลก็คือ เพื่อให้ทางเราเชื่อว่าบุคคลนั้นๆ จะรับผิดชอบในเรื่องการเงินให้แก่คุณจริงๆ โดยเราคาดหวังว่าพ่อแม่ของคุณจะชำระค่าเทอมให้ และจะฟังดูน่าสงสัยถ้าได้ยินว่าบุคคลอื่นจะชำระค่าใช้จ่ายอื่นๆให้กับคุณ

คำถาม - ในขณะที่เรียนอยู่ ฉันสามารถทำงานได้หรือไม่

สมมติว่าคุณกำลังเรียนหลักสูตรเต็มเวลาอยู่ (อย่างน้อย 12 หน่วยกิตต่อเทอม) คุณก็สามารถทำงานในสถาบันศึกษาได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หลังจากที่คุณเรียนจบปีการศึกษาแรกแล้วคุณอาจจะขออนุญาตทางสถาบันศึกษาเพื่อขอทำงานอื่นนอกสถาบันศึกษาของคุณได้ แต่ว่าคุณยังคงสามารถทำงานได้เพียง 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เหมือนเดิม คุณสามารถทำงานเต็มเวลาได้ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนถ้าคุณลงทะเบียนเรียนในเทอมต่อไป

คำถาม - เพื่อที่จะไปเรียนในประเทศสหรัฐฯ ข้าพเจ้าต้องพูดภาษาอังกฤษได้ใช่หรือไม่

โดยมากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯต่างต้องการให้คุณเข้ารับการทดสอบภาษาอังกฤษโทเฟิล(TOEFL) เสียก่อน อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการไปเพื่อเรียนภาษาอังกฤษทางเราจะไม่คาดหวังว่าคุณจะสามารถรับการสัมภาษณ์วีซ่าเป็นภาษาอังกฤษได้ แต่ถ้าฟอร์ม I-20 ของคุณระบุว่าคุณจำเป็นต้องมีความสามารถทางภาษาเพื่อที่จะเข้าเรียนในโปรแกรมนั้นๆได้ คุณก็ต้องแสดงให้เราเห็นว่าคุณมีทักษะภาษาอังกฤษเพียงพอที่จะเข้าเรียนในโปรแกรมดังกล่าว

คำถาม -  ระหว่างการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่บอกให้ดิฉันกลับมาอีกครั้งพร้อมเอกสารเพิ่มเติม ดิฉันต้องนำอะไรมาเพิ่มอีก? แล้วดิฉันต้องจ่ายค่าธรรมเนียมอีกครั้งไหม

ระหว่างการสัมภาษณ์ในบางครั้งจะทำให้เราทราบว่าต้องการอะไรเพิ่มบ้าง ตัวอย่างเช่น ผู้สมัครอาจต้องทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่, นักเรียนบางคนอาจลืมเอารายงานผลการเรียนมาหรือจำเป็นต้องยื่นหลักฐานเพิ่มเพื่อพิสูจน์ว่าสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนได้, หรือผู้สมัครที่ต้องการเดินทางเพื่อรับการรักษาทางการแพทย์จำเป็นต้องแสดงให้เห็นหลักฐานการตอบรับเข้ารักษาตัวกับสถานพยาบาลหรือหลักฐานแสดงความสามารถในการจ่ายค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น เจ้าหน้าที่จะให้ใบแสดงรายการเอกสารที่ต้องการให้่คุณนำมายื่นเพิ่มเติม ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียม เพราะคุณไม่จำเป็นต้องจ่าย 131 เหรียญสหรัฐฯอีกครั้ง เมื่อคุณกลับมาที่สถานกงสุลฯขอให้คุณยื่นใบเสร็จและหลักฐานจากครั้งแรกมาแสดงพร้อมกับเอกสารอื่นๆที่เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์ขอดูเพิ่มเติมตามที่แจ้งไว้ในใบชี้แจงการปฏิเสธวีซ่า

คำถาม - ผมจะเดินทางไปสหรัฐฯเพื่อทำธุระพร้อมกับบรรดาเพื่อนร่วมงาน ตอนมาสมัครวีซ่าปรากฏว่าเพื่อนผมได้วีซ่านานสิบปีส่วนผมได้แค่สามเดือน อยากทราบว่าเพราะอะไร

แม้ว่าคุณจะเดินทางไปเพื่อวัตถุประสงค์คล้ายกันแต่คุณกับเพื่อนร่วมงานของคุณก็เป็นคนละคนกันอยู่ดี กฎหมายสหรัฐฯทำให้เราต้องพิจารณาแต่ละท่านเป็นรายบุคคล บางทีที่คุณได้วีซ่าระยะสั้นอาจเป็นเพราะคุณเพิ่งทำงานที่บริษัทนั้นเป็นเวลาไม่นานหรืออาจมีอย่างอื่นที่ทำให้เจ้าหน้าที่กงสุลสงสัยว่าคุณอาจเตรียมการอยู่ในสหรัฐฯโดยไม่คิดจะกลับมาประเทศไทยอย่างไรก็ตาม เมื่อคุณเดินทางไปสหรัฐฯและกลับมาประเทศไทยด้วยวีซ่าอายุสามเดือนนั้นตามแผนที่วางไว้ ในครั้งต่อไปที่สมัครวีซ่าคุณก็ย่อมมีประวัติที่ดีแสดงให้กับเจ้าหน้าที่เห็น

คำถาม - ผมกับแฟนกำลังคิดจะแต่งงานกัน แต่ผมอยากพาเธอไปพบครอบครัวของผมก่อนที่จะตัดสินใจอยากทราบว่าเธอน่าจะสมัครวีซ่าประเภทไหนครับ

คุณมีสองทางเลือกที่ต่างกันอย่างมาก แฟนคุณจะสมัครวีซ่าท่องเที่ยวกับสถานกงสุลฯที่เชียงใหม่ ก็ได้ หรือไม่ก็สมัครวีซ่าคู่หมั้นกับสถานทูตที่กรุงเทพฯ (เราไม่รับสมัครวีซ่าคู่หมั้นที่สถานกงสุลฯ เชียงใหม่) ถ้าแฟนคุณสมัครวีซ่าท่ิองเที่ยว เธอต้องมีคุณสมบัติพอเพียงด้วยตัวเอง สถานภาพของคุณที่มีต่อเธอนั้นจะได้รับการพิจารณาน้อยมาก อันที่จริงแล้วถ้าคุณยังอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ ความ สัมพันธ์ระหว่างคุณกับเธอยิ่งเป็นข้อเสียสำหรับการพิจารณาวีซ่า เพราะยิ่งจะทำให้การพิสูจน์ว่าเธอมีความตั้งใจที่จะกลับมาประเทศไทยนั้นยากมากขึ้น การสมัครวีซ่าคู่หมั้นจะใช้เวลานานกว่าและเสีย ค่าธรรมเนียมมากกว่า แต่ก็เป็นทางออกที่ถูกต้องในกรณีที่คุณคิดจะแต่งงานกันอย่า่งจริงจัง เนื่องจากมีผู้สมัครบางท่านพยายามเลี่ยงการสมัครวีซ่าคู่หมั้นที่ต้องรอนานกว่าด้วยการมาสมัครวีซ่าท่อง เที่ยวแทน ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องระวังมากเป็นพิเศษเวลาพิจารณาใบสมัครเหล่านั้น

คำถาม - ดิฉันทำงานกับการบินไทยดิฉันต้องการสมัครวีซ่าลูกเรือในวันจันทร์และจะต้องออกเดินทางในคืนนั้น ดิฉันจะขอรับวีซ่าวันเดียวกันได้หรือไม่คะ

เราไม่สามารถรับปากได้ว่าเราจะออกวีซ่าในวันเดียวกันให้คุณได้ อย่างไรก็ตามบรรดาสายการบินใหญ่ ๆ ต่างมีข้อตกลงที่จะให้เวลาลูกเรือสองวันในการดำเนินการติดต่อสมัครและรับวีซ่าสหรัฐฯ ผู้บังคับบัญชาของคุณน่าจะทราบข้อตกลงนี้ดีและน่าจะช่วยเปลี่ยนตารางบินให้คุณได้

คำถาม - ดิฉันกำลังจะเดินทางไปทัศนศึกษากับทางเทศบาล แต่ตอนนี้ยังไม่มีหนังสือเดินทางราชการเลย ดิฉันจะวีซ่าได้หรือไม่

คุณสามารถใช้หนังสือเดินทางธรรมดา(เล่มสีแดงสำหรับท่องเที่ยว)มาสมัครได้ ขอให้นำหนังสือเดินทางธรรมดานั้นมาพร้อมด้วยเอกสารส่วนตัว รวมถึงเอกสารชี้แจงข้อมูลการเดินทางเพื่อสมัครวีซ่าที่สถานกงสุลฯตามปกติ แต่เนื่องจากเราไม่สามารถแปะวีซ่าราชการลงในหนังสือเดินทางธรรมดาได้ เราจึงจะสามารถออกให้คุณได้เพียงวีซ่าธุรกิจที่จำกัดระยะเวลาของวีซ่าเท่านั้น

คำถาม - สถานกงสุลฯออกวีซ่าระยะเวลาสามเดือนให้กับดิฉัน แต่พอไปถึงสหรัฐฯทำไมเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองแจ้งว่าดิฉันอยู่ในประเทศได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้นคะ

การได้รับวีซ่าที่มีอายุสามเดือนไม่ได้หมายความว่าท่านจะอยู่เพื่อเยี่ยมเยียนหรือทำธุระได้เป็นเวลาสามเดือน แต่หมายความว่าท่านสามารถเดินทางไปยังประเทศสหรัฐฯเพื่อขอเข้าประเทศ ณ จุดตรวจของด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ภายในเวลาสามเดือนตามที่ระบุไว้ในวีซ่านั้น โดยส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ของด่านตรวจคนเข้าเมืองจะให้นักเดินทางที่ได้รับวีซ่าประเภทท่องเที่ยวและธุรกิจหรือ B1/B2สามารถพำนักเพื่อท่องเที่ยวและทำธุระของตนเป็นเวลาหกเดือน หากเจ้าหน้าที่ของด่านฯพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้เดินทางไม่มีความจำเป็นต้องอยู่นานถึงสามเดือนหรือมีความคลางแคลงว่าผู้เดินทางอาจพยายามหาทางอยู่เพื่อหางานทำหรือประกอบกิจอื่นๆซึ่งไม่ตรงกับประเภทของวีซ่าที่ได้ไป ทางด่านฯก็จะอนุญาตให้อยู่ตามเวลาที่สมควร

อนึ่ง ผู้ได้รับวีซ่าต้องตระหนักว่าเมื่อยื่นขอวีซ่าที่สถานกงสุลนั้นตอนยื่นได้ระบุว่าจะพำนักอยู่ในประเทศเป็นระยะเวลานานเท่าใด ขอแนะนำว่าควรจะอยู่ให้ตรงกับระยะเวลาที่ระบุไว้ในใบคำร้องขอวีซ่า

คำถาม - ผมได้ไปยื่นขอวีซ่าประเภทท่องเที่ยวเพื่อไปเรียนกับโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมซึ่งมีระยะเวลาเรียนหนึ่งเดือน แต่เจ้าหน้าที่ผู้สัมภาษณ์บอกว่าผมจะต้องไปขอให้สถาบันการศึกษานั้นส่งแบบฟอร์ม DS-2019 มาเสียก่อน ทางสถาบันไม่เคยรู้จักแบบฟอร์มนี้มาก่อน อยากทราบว่าผมควรทำอย่างไร

แบบฟอร์ม DS-2019 เป็นแบบฟอร์มที่ต้องใช้ประกอบการยื่นขอวีซ่าเพื่อเข้าประเทศสหรัฐฯโดยมีจุดประสงค์เข้าร่วมโปรแกรมการศึกษาประเภทแลกเปลี่ยนหรือเป็นที่รู้จักกันในนามของ “เจวีซ่า” จากคำถามของท่านดูเหมือนว่าสถาบันการศึกษาที่ท่านติดต่อด้วยไม่ค่อยได้รับนักศึกษานานาชาติเข้าเรียน และยังไม่เคยได้ติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯเพื่อลงทะเบียนสถาบันของตนในการจัดโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงปัญหานี้เราอยากแนะนำว่าผู้ที่จะไปศึกษาต่อไม่ว่ารูปแบบใด ควรค้นหาและเลือกสถานที่เรียนอย่างละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน สถานกงสุลฯทราบถึงศูนย์การศึกษาแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ซึ่งอาจเป็นแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับสถานศึกษา ตลอดจนโปรแกรมการศึกษาต่างๆในสหรัฐฯได้ นั่นคือ ศูนย์การศึกษา IC-ACE ซึ่งตั้งอยู่ภายในบริเวณมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สามารถติดต่อได้ทางอีเมล info@ace-i.org หรือโทรศัพท์ 053-942-896

คำถาม - เพื่อนร่วมงานของดิฉันเคยเดินทางไปเป็นอาจารย์แลกเปลี่ยนที่อเมริกาเมื่อปีที่แล้ว และทางสถาบันเดิมต้องการที่จะเชิญเขากลับไปสอน แต่เราได้ยินมาว่าเขาไม่สามารถขอวีซ่าได้อีกภายในระยะเวลาสองปีอยากทราบว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นคะ

ดูแล้วก็ไม่น่าจะไม่มีปัญหาอะไรครับ ความสับสนอาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากผู้ที่ได้รับวีซ่าสำหรับโครงการแลกเปลี่ยนบางโครงการจำเป็นจะต้องกลับมาพำนักอยู่ในประเทศของตนเป็นเวลาสองปี หลักการก็คือ ประเทศบ้านเกิดควรจะได้รับผลประโยชน์จากการเดินทางไปแลกเปลี่ยนกับโครงการนั้นด้วย ถ้าโครงการที่เพื่อนของคุณเข้าร่วมนั้นสนับสนุนโดยรัฐบาลไทย หรือรัฐบาลสหรัฐ เช่น Fulbright Fellowship หรือถ้าเขาทำงานอยู่ในสายวิชาชีพซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของประเทศไทย เขาจะถูกจัดอยู่ในข่ายที่เรียกว่า “มีความจำเป็นต้องกลับมาประจำอยู่ที่ประเทศบ้านเกิดของตนเป็นเวลา 2 ปี” กล่าวคือ เพื่อนของคุณถูกห้ามสมัครเพื่อขอวีซ่าถาวร หรือขอเปลี่ยนสถานะเป็นประชากรเพื่ออยู่อย่างถาวรโดยถูกต้องตามกฎหมาย หรือเปลี่ยนสถานภาพหรือได้มาซึ่งวีซ่าทำงานชั่วคราว (H1-B visa), วีซ่าคู่หมั้น (K visa) หรือวีซ่าสำหรับผู้ได้รับการโยกย้ายตำแหน่งภายในบริษัท (L visa) จนกว่าผู้นั้นจะได้กลับมาพำนักอยู่ประเทศไทยเป็นเวลาอย่างน้อยสองปีหลังจากออกมาจากประเทศสหรัฐฯแล้ว เพราะอาจารย์มหาวิทยาลัยนั้นเป็นสายอาชีพที่ประเทศไทยกำลังต้องการ ซึ่งเพื่อนร่วมงานของคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้กฎข้อนี้ แต่ว่าเขายังสามารถที่จะขอวีซ่าธุรกิจ (B1)เพื่อที่จะเดินทางในฐานะผู้ถูกรับเชิญไปสอนได้โดยไม่มีปัญหาครับ

คำถาม - ผมมีอาชีพเป็นหมอ และต้องการที่จะไปทำงานในประเทศสหรัฐ ผมควรจะสมัครขอวีซ่าเพื่อ ทำงาน หรือ วีซ่าสำหรับโครงการแลกเปลี่ยนดีครับ

ถ้าหากว่าคุณได้รับการรับรองโดย American Medical Board แล้ว คุณสามารถขอให้โรงพยาบาลยื่นเรื่องขอวีซ่าทำงานชั่วคราว(H1-B)ในนามคุณได้ครับ แต่ถ้าคุณยังไม่ได้รับการรับรอง คุณอาจจะต้องไปในฐานะผู้ถือวีซ่าโครงการแลกเปลี่ยน (J) ภายใต้การกำกับดูแลของ Educational Commission for Foreign Medical Graduates (ECFMG). ECFMG เป็นผู้สนันสนุนเพียงรายเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้วีซ่าประเภทโครงการแลกเปลี่ยนกับบรรดาแพทย์ได้ บัณฑิตแพทย์ชาวต่างชาติภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนนี้จำเป็นต้องผ่านการทดสอบในเรื่องของทักษะภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ซึ่งจัดโดย ECFMG โปรดจำไว้ว่าถ้าคุณได้รับการรับรองในขณะที่คุณถือวีซ่าประเภทแลกเปลี่ยน (J) อยู่ คุณจะต้องเดินทางกลับมาพำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่คุณจะเดินทางกลับไปเพื่อทำงานในประเทศสหรัฐอีกครั้งโดยใช้วีซ่าทำงานชั่วคราว(H1-B)ได้ครับ

คำถาม - มหาวิทยาลัยจะส่งอาจารย์สองท่านไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเป็นการพัฒนาสถาบัน พวกเขาควรจะสมัครวีซ่าประเภทนักเรียนหรือวีซ่าสำหรับโครงการแลกเปลี่ยนดีคะ? เอกสารที่พวกเขาควรนำมาสมัครขอวีซ่ามีอะไรบ้าง

ดูเหมือนเราต้องจัดให้อาจารย์ทั้งสองท่านอยู่ในประเภท “ผู้ได้รับทุนระยะสั้น” ซึ่งหมายความว่า พวกเขาควรจะเดินทางด้วยวีซ่าสำหรับ โครงการแลกเปลี่ยน (J Visa) มหาวิทยาลัยที่พวกเขาจะไปฝึกอบรมนั้น ควรจัดเตรียมเอกสารที่เรียกว่า DS-2019 เพื่อนำมาประกอบในการยื่นขอวีซ่าที่กงสุลฯ ขณะเดียวกันอาจารย์ทั้งสองท่านก็จะต้องนำหลักฐานอื่นๆมายื่นให้แก่ เจ้าหน้าที่กงสุลด้วยเพื่อแสดงว่า พวกเขาจะกลับมาประเทศไทยเมื่อโครงการนั้นสิ้นสุดลง ต้องแสดงว่าพวกเขามีความรู้ภาษาอังกฤษดี พอเพียงที่จะเข้าร่วมโรงการนั้น และมีเอกสารแสดงงบประมาณที่จัดสรรให้สำหรับการเดินทางและที่พักอาศัยระหว่างอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาพอเพียงสำหรับระยะเวลา 2 เดือน

คำถาม - ฉันมีสถานะสองสัญชาติคืออังกฤษและไทย ฉันได้ยินว่าฉันไม่จำเป็นจะต้องยื่นขอวีซ่า เพื่อเดินทางเข้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ถ้าฉันใช้หนังสือเดินทางประเทศอังกฤษ ฉันอยากทราบว่า นั่นเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง หรือไม่

ถ้าคุณมีสัญชาติอังกฤษ คุณสามารถเดินทางเข้าไปเพื่อท่องเที่ยวหรือธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ สูงสุด ไม่เกิน 90 วัน โดยใช้หนังสือเดินทางประเทศอังกฤษ เพราะว่าโครงการยกเว้นวีซ่า หรือ Visa Waiver Program (VWP) นั้น อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศที่มีสถิติการอยู่เกินกำหนด ในอัตราต่ำ มีสิทธิได้รับอนุญาตให้เข้ามาเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เพียงแต่ว่าหนังสือเดินทางประเทศ อังกฤษของคุณจะต้องสามารถอ่านด้วยเครื่องอ่านได้ (คุณสามารถดูได้จาก แถวตัวเลข ด้านล่าง ของหน้าหนังสือเดินทางที่มีภาพถ่าย) คุณถึงจะเข้าอยู่ในกลุ่มโครงการยกเว้นวีซ่า โปรดสังเกตุว่า หากคุณจะเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยเหตุผลอื่นนอกเหนือจากการท่องเที่ยวหรือธุรกิจแล้วนั้น จะถือว่าคุณไม่อยู่ในข่ายของโครงการนี้ และคุณจะต้องเข้ามาที่กงสุลเพื่อทำเรื่องยื่นขอวีซ่า คุณสามารถตรวจสอบดูรายชื่อประเทศ ที่มีคุณสมบัติสำหรับโครงการนี้ได้ที่ http://travel.state.gov/visa/temp/without/without_1990.html

คำถาม - วีซ่าของฉันจะหมดอายุภายในอีก 2 เดือนนี้ ฉันจะมาต่ออายุวีซ่าได้ไหม

คุณต้องเข้ามาที่แผนกกงสุลเพื่อยื่นใบสมัครใหม่และสัมภาษณ์อีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณเคยเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกามาก่อน คุณอาจจะได้รับวีซ่านานมากขึ้น

คำถาม - คุณแม่ของฉันมีวีซ่าชนิด “Indefinite” ท่านยังต้องเข้ามาติดต่อกงสุลก่อนเดินทางเข้า ประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่

คุณแม่ของคุณต้องเข้ามายื่นสมัครขอวีซ่าใหม่ก่อนที่เธอจะเดินทาง วีซ่าชนิดที่วันหมดอายุ ระบุว่า “Indefinite” เป็นวีซ่าท่องเที่ยว/ธุรกิจวีซ่าที่มีตราประทับแบบเก่า วีซ่าชนิดนี้ได้ถูกยกเลิกไปตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2547

คำถาม - ฉันอายุ 28 ปี และต้องการที่จะไปเยี่ยมเพื่อนในประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณ 1 เดือน ฉันมีงานทำและมีสมุดบัญชีเงินฝาก แต่จำนวนเงินนั้นไม่มีมากนัก เมื่อฉันไปยื่นสมัครขอวีซ่าที่กงสุล ฯ ฉันจะสามารถนำเอกสารการเงินของบิดามารดามายื่นได้หรือไม่

ผู้สมัครขอวีซ่าที่เป็นผู้ใหญ่ทุกท่านจะต้องแสดงคุณสมบัติของตนเองสำหรับการอนุมัติวีซ่า เราพิจารณา เอกสารที่แสดงสถานะทางการเงินทุกด้านของผู้สมัคร เมื่อคุณเข้ามาสัมภาษณ์ กรุณานำสมุดบัญชีของคุณ เอกสารการจ่ายเงินเดือน และจดหมายรับรองการทำงานจากที่ทำงานที่ระบุ ตำแหน่ง และรายได้ มาประกอบการพิจารณา อย่าลืมว่าสถานะทางการเงินเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ เอกสารทั้งหมดที่ใช้ สำหรับการพิจารณา ทางเรายังต้องพิจารณา หลักฐานความผูกพันทางด้าน ครอบครัวและทางสังคม ของคุณที่มีกับประเทศไทย ดังนั้นคุณจำเป็นต้องนำเอกสารเหล่านั้นมาด้วย

คำถาม - ฉันทำหนังสือเดินทางหาย แต่วีซ่าที่อยู่ในนั้นยังมีอายุอีก 5 ปี ฉันต้องจ่ายเงินเพื่อเสียค่าสมัครวีซ่าใหม่หรือไม่

คุณจะต้องเข้ามาสมัครวีซ่าใหม่ พร้อมทั้งชำระค่าสมัคร 131 เหรียญสหรัฐฯ หรือ 4,454 บาทตามปกติ เจ้าหน้ากงสุลจะสัมภาษณ์คุณอีกครั้งและพิมพ์ลายนิ้วมือ เราขอบคุณที่คุณแจ้งให้ทราบถึง การสูญหายของหนังสือเดินทาง เราถีอเป็นเรื่องสำคัญเมื่อเราทราบว่ามีวีซ่าสหรัฐฯหายไป เราจะทำการระงับวีซ่านั้นก่อนที่จะตกอยู่ในมือของ ผู้ ไม่ประสงค์ดีิ

คำถาม - ฉันเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยที่นี่ ฉันต้องการพาศึกษาไปแสดงดนตรีพื้นเมืองที่งานวัฒนธรรมในเมืองชิคาโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ฉันอยากทราบว่าพวกเขาต้องขอวีซ่าประเภทไหน

หากนักเรียนของคุณจะไม่ได้รับเงินค่าจ้างจากการแสดง พวกเขาสามารถเดินทางโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว โดยต้องนำเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันที่พวกเขามีกับประเทศไทย พร้อมทั้งรายละเอียดของการเดินทาง ครั้งนี้มายื่นขอวีซ่า นักแสดงอาชีพหรือนักแสดงสมัครเล่นที่จะได้รับค่าจ้างจากการแสดง ในสหรัฐอเมริกา นักศึกาาของคุณจะต้องได้รับการอนุมัติคำร้องขอ เพื่อเดินทางดดยใชวีซ่าประเภท P จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และความมั่นคงภาย ในประเทศ หรือที่เรียกว่า Department of Homeland Security เสียก่อนจึงเข้ามาที่กงสุล เพื่อขอวีซ่านั้น

คำถาม - ตอนอายุ 17 ผมเคยถูกตัดสินว่ากระทำคดีลักขโมยในศาลเยาวชน มันจะมีปัญหากับการขอวีซ่านักเรียนของผมหรือไม่

ความผิดของคุณจะไม่เป็นอุปสรรคครับ โชคดีที่คุณอายุต่ำกว่า 18 และคดีของคุณไม่ใช่คดีร้ายแรง ในการเป็นผู้สมัครเพื่อขอวีซ่านักเรียนนั้น คุณจะต้องพิสูจน์ว่าคุณมีความผูกพันกับประเทศไทย มีเงินเพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพอื่นๆ และคุณมีความตั้งใจที่จะเรียนในสาขาวิชานั้นๆ ถ้าหากคุณอายุมากกว่า 18 ตอนที่คุณก่อคดีนั้น หรือคดีที่คุณก่อเป็ณคดีร้ายแรง คุณจะขาดคุณสมบัติสำหรับวีซ่าสหรัฐฯ

คำถาม - ถ้ามีใครตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และถูกลักลอบพาเข้าสหรัฐฯ เหยื่อผู้นั้นจะถูกลงโทษเนื่องจากการไม่มีวีซ่าหรือไม่

ไม่ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจะไม่ถูกลงโทษเพราะเข้าประเทศโดยไม่มีวีซ่า และเพื่อที่จะคุ้มครองเหยื่อจากการค้ามนุษย์ รัฐบาลสหรัฐฯได้จัดให้มีวีซ่าประเภทพิเศษซึ่งได้แก่ วีซ่าประเภท T หากคำร้องของเหยื่อได้รับการสอบสวนและพิสูจน์ได้ว่าจริง อัยการสูงสุดของสหรัฐฯจะให้วีซ่าประเภท T แก่เหยื่อผู้นั้น หากตระหนักได้ว่าการส่งเหยื่อผู้นั้นกลับประเทศของตนอาจทำให้เกิดผลร้ายหรือเป็นอันตรายต่อเหยื่อ วีซ่าประเภทนี้จะสามารถทำให้เหยื่อผู้นั้นสมัครวีซ่าถาวรในสหรัฐฯได้ การจัดให้มีวีซ่าประเภท T นั้นเป็นการแสดงบทบาทสำคัญอย่างหนึ่งของสหรัฐฯที่จะพยายามต่อสู้กับการค้ามนุษย์ ทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกาเองและประเทศต่างๆทั่วโลก

คำถาม - ฉันเป็นจิตรกรและเพื่อนของฉันเป็นช่างภาพ เราอยากไปแกรนด์แคนยอนเพื่อถ่ายภาพและวาดรูป เราสามารถไปโดยใช้วีซ่าประเภทท่องเที่ยวได้หรือไม่

ได้ ตราบใดที่คุณไม่ขายรูปถ่ายหรือภาพที่คุณวาดในสหรัฐฯ คุณจะต้องไม่มีการทำสัญญาว่าจ้างกับนายจ้างชาวอเมริกันในขณะพำนักอยู่ในอเมริกา ในขณะที่คุณสามารถนำรูปถ่ายและภาพวาดกลับมาขายที่ประเทศไทยได

คำถาม - ฉันสามารถจ่ายค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าที่ไปรษณีย์ใดได้บ้าง

คุณสามารถชำระค่าธรรมเนียม 3,800 บาทได้ที่ไปรษณีย์ใดก็ตามที่มีบริการ เพย์แอทโพสท์ หรือ“Pay at Post”
ปัจจุบันนี้มีไปรษณีย์ในภาคเหนือทั้งหมด 25 แห่งที่สามารถให้บริการนี้ได้ โดยมี11 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ ไปรษณีย์เชียงใหม่ (50000), หนองหอย (50201), ช้างคลาน (50101), พระสิงห์(50200), แยกสวนปรุง (50201), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (50202), ศรีภูมิ (50203), สนามบิน (50201), แม่ปิง (50301), ช้างเผือก (50302), ศาลากลาง (50303), และอีก 14 แห่งในต่างจังหวัด ได้แก่ไปรษณีย์ในอำเภอเมืองของจังหวัดดังต่อไปนี้ ลำพูน (51000), ลำปาง (52000), อุตรดิตถ์ (53000), แพร่ (54000 ), น่าน (55000), พะเยา (56000), เชียงราย (57000), แม่ฮ่องสอน (58000), เพชรบูรณ์ (67000), พิจิตร (66000), พิษณุโลก (65000), สุโขทัย (64000), ตาก (63000), และกำแพงเพชร (62000) คุณสามารถชำระเงินได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ที่มีบริการ “Pay at Post” ในภาคอื่นๆของประเทศไทยได้ แต่ไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมที่บูธหรือสาขาย่อยของ “Pay at Post” ได้

คำถาม - ถ้าฉันซื้อซองสำหรับส่งวีซ่า แต่หลังจากสัมภาษณ์แล้วได้รับการปฏิเสธ ฉันสามารถนำซองไปใช้อย่างอื่นได้หรือไม่ และฉันจะได้เงินคืนหรือไม่

ซองที่คุณซื้อไปนั้นสามารถนำไปใช้เพื่อส่งหนังสือเดินทางและวีซ่าไปยังคุณเท่านั้น ที่ทำการไปรษณีย์ได้ติดแถบบาร์โค๊ต แบบพิเศษบนซองตอนที่คุณซื้อซอง เพื่อให้มั่นใจว่าหนังสือเดินทางและวีซ่าของคุณจะถูกนำส่งแก่ผู้รับปลายทางอย่างปลอดภัยและบาร์โค๊ตนั้นทำให้ซองนี้ไม่สามารถนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นๆได้ ที่ทำการไปรษณีย์จะไม่ทำการคืนเงินค่าซองให้คุณ และโปรดจำไว้ว่าซองนี้ซื้อได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิงเท่านั้น

คำถาม - ฉันต้องตรวจสุขภาพก่อนที่จะสมัครวีซ่าท่องเที่ยวหรือไม่

การตรวจสุขภาพไม่ได้เป็นข้อกำหนดสำหรับการยื่นขอวีซ่าประเภทชั่วคราว นอกจากว่าเจ้าหน้าที่ กงสุลเห็นว่าคุณอาจขาดคุณสมบัติที่จะได้วีซ่าเนื่องจากเหตุผลทางด้านการแพทย์ เช่นในกรณี เป็นโรคติดต่อ, มีปัญหาทางจิต, fหรือติดยาเสพติด และถ้าเกิดกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะบอกคุณ ขณะที่คุณรับการสัมภาษณ์ ว่าคุณต้องไปตรวจร่างกาย แต่จะพบได้น้อยมาก โดยปกติจะมีเพียงหนึ่ง หรือสองfรายต่อปีที่ต้องยื่นใบรับรองแพทย์แต่อย่างไรก็ตามผู้สมัครวีซ่ประเภทถาวรทุกคน ซึ่งดำเนินการที่กรุงเทพเท่านั้น เชียงใหม่ไม่มีบริการนี้ ต้องยื่นผลการตรวจ สุขภาพก่อนที่เข้ารับ การสัมภาษณ์

คำถาม - ค่าธรรมเนียม เซวิส (SEVIS FEE) คืออะไร และสามารถชำระ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ได้หรือไม่

SEVIS มาจากคำว่า Student and Exchange Visitor Informatiofn System เป็นระบบที่บันทึก ข้อมูลของนักศึกษาต่างชาติ และนักเรียนแลกเปลี่ยนในสหรัฐฯ ถ้าคุณสมัครวีซ่า นักท่องเที่ยวหรือ วีซ่าธุรกิจ คุณไม่ต้องชำระค่า เซวิส ในขณะที่นักศึกษาหรือ นักเรียนแลกเปลี่ยน ต้องชำระค่า ธรรมเนียม เซวิส 131 เหรียญสหรัฐ และหากคุณสมัครในโครงการ Aupair (พี่เลี้ยงเด็ก) ,Work and Travel (ท่องเที่ยวและทำงาน) หรือ Camp Counselor (ผู้ดูแลค่าย) ค่าธรรมเนียม เซวิสจะเท่ากับ 35 เหรียญสหรัฐ (ผู้สมัครวีซ่าภายใต้โครงการที่สนับสนุนโดยรัฐบาลสหรัฐ เช่น โครงการ Fulbright ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมนี้) ค่าธรรมเนียมเซวิสนี้ สามารถชำระออนไลน์ โดยใช้บัครเดบิต หรือบัตรเครดิตได้ที่ เว็บไซด์ https://www.fmjfee.com/index.jhtml คุณไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมเซวิส ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ได้ และโปรดอย่าลืมนำใบเสร็จ มาในวันที่ทำการสัมภาษณ์วีซ่า หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรืออ่านคำถาม คำตอบที่พบบ่อย คุณสามารถเข้าชมเว็บไซด์ของ SEVIS ได้ที่ http://www.ice.gov/graphics/sevis/i901/faq.htm

คำถาม - ถ้าฉันไปชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าที่ไปรษณีย์แล้วแต่ไม่มีเวลาไปสัมภาษณ์ที่สถานกงสุลฯ ใบเสร็จค่าธรรมเนียมวีซ่ากับซองที่ซื้อไว้จะหมดอายุหรือไม่

ทั้งเงิน 3,800 บาทที่เสียไปและซองที่ซื้อไว้จะไม่มีการหมดอายุ แต่โปรดจำไว้ว่าซองที่คุณซื้อจากที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิงใช้ได้สำหรับการส่งหนังสือเดินทางกลับถึงตัวคุณเท่านั้น

คำถาม - อาจารย์ของฉันบอกว่าฉันต้องกรอกใบสมัครวีซ่าออนไลน์ ใบสมัครที่ว่านั้นคืออะไร และฉันจะไปหาได้ที่ไหน

อาจารย์ของคุณพูดถูก หลังจากเดือนมกราคมเป็นต้นไป ผู้สมัครวีซ่าทุกคนต้องกรอกฟอร์มวีซ่าออนไลน์ (Electronic Visa Application Form –EVAF) ซึ่งคุณสามารถเข้าไปกรอกผ่านเว็บไซท์ของเราที่ http://bangkok.usembassy.gov/consulcm หรือ เข้าไปกรอกโดยตรงได้ที่ http://evisaforms.state.gov ขอให้แน่ใจว่าคุณกรอกฟอร์ม DS-156 ครบทุกข้อ เพราะเราจะไม่รับฟอร์มที่กรอกไม่สมบูรณ์ โปรดจำไว้ว่าคุณต้องปริ้นท์หน้าสุดท้ายของฟอร์มซึ่งมีแถบรหัส (barcode) โดยใช้เครื่องปริ้นท์แบบเลเซอร์
นอกจากฟอร์ม DS-156 แล้วคุณยังต้องกรอกฟอร์ม DS-157 และผู้ที่ต้องการสมัครวีซ่าประเภทนักเรียนและวีซ่าแลกเปลี่ยนต้องกรอก DS-158 ซึ่งทั้ง สองฟอร์มนี้อยู่บนเว็บไซท์ของเราเช่นเดียวกัน

คำถาม - Web PIN (บริการขอข้อมูลวีซ่าผ่านเว็บไซท์) กับ Live PIN (บริการขอข้อมูลวีซ่ากับเจ้าหน้าที่โดยตรง) ต่างกันอย่างไร

Web PIN (ราคา 456 บาทหรือ 12 เหรียญสหรัฐฯ) - ผู้สมัครจะสามารถขอข้อมูลวีซ่าผ่านอินเตอร์เน็ตได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด จำนวนสูงสุดของผู้สมัครที่จะนัดหมายเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ในแต่ละครั้ง คือ 5 ท่าน โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้สมัครทั้ง 5 คนนั้นจะต้องเป็นสมาชิกครอบครัวสายตรงและมีที่อยู่ที่เดียวกัน

Live Service PIN (ราคา 760 บาท หรือ 20 เหรียญสหรัฐฯ) - ผู้สมัครสามารถพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า และนัดหมายวันเวลาเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์วีซ่า จำนวนสูงสุดของผู้สมัครที่จะนัดหมายเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์ในแต่ละครั้ง คือ 5 ท่าน ด้วยเงื่อนไขเดียวกัน เวลาให้บริการเริ่มตั้งแต่ 8:0 0 น. ถึง 17:00 น. วันจันทร์-วันศุกร์ เว้นวันหยุดราชการไทย

คำถาม - จำเป็นต้องซื้อ PIN ณ ที่ทำการไปรษณีย์เท่านั้นหรือไม่

ไม่จำเป็น ท่านสามารถชำระผ่านบัตรเครดิตวีซ่าหรือมาสเตอร์การ์ดได้สำหรับการบริการทั้งสองระบบ คือ ระบบอินเตอร์เน็ต (Web PIN) หรือโทรศัพท์ ( Live Service)

คำถาม - ข้าพเจ้าใช้ PIN เดียวกันโทรศัพท์ขอข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่ามากกว่าหนึ่งครั้งได้หรือไม่

ได้ PIN ของท่านสามารถใช้บริการโทรศัพท์ได้ 3 ครั้ง เพื่อรับบริการขอข้อมูลโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ หากท่านต้องการใช้บริการมากกว่า 3 ครั้ง ท่านจำเป็นต้องซื้อ PIN ใหม่

คำถาม - ข้าพเจ้าใช้ PIN เดียวกันเข้าเว็บไซท์เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่ามากกว่าหนึ่งครั้งได้หรือไม่

ได้ ท่านสามารถใช้ PIN ที่มีเพื่อเข้าใช้บริการในเว็บไซท์กี่ครั้งก็ได้ และท่านสามารถเข้าใช้บริการได้อีก 10 วัน หลังจากวันสัมภาษณ์แล้ว ท่านยังสามารถใช้ PIN เดียวกันนี้ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงวันเวลานัดใหม่ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง PIN ของท่านจะหมดอายุภายใน 90 วัน หากท่านไม่ทำการนัดหมายใดๆ เลย PIN ของท่านเมื่อซื้อแล้วไม่สามารถคืนเงินได้

คำถาม - ถ้าข้าพเจ้าต้องการนัดหมายวันและเวลาสัมภาษณ์วีซ่าให้ทุกคนในครอบครัว จำเป็นต้องซื้อ PIN ให้ทุกคนหรือไม่

ไม่จำเป็น ท่านสามารถใช้ PIN เดียว นัดหมายการสัมภาษณ์ให้ตัวท่านและสมาชิกสายตรงในครอบครัวได้อีก 4 ท่าน สมาชิกสายตรงหมายถึง สามี ภรรยา บิดา มารดา บุตร พี่ชาย น้องชาย หรือ พี่สาว น้องสาว ลูกพี่ลูกน้องไม่นับว่าเป็นสมาชิกสายตรงในครอบครัว

คำถาม - ผมมีปัญหาในการใช้หมายเลขรหัส (PIN) เพื่อเข้าสู่เว็บไซท์ ผมกำลังทำผิดขั้นตอนอะไรหรือเปล่าครับ

กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าเมื่อคุณซื้อ PIN มาแล้ว คุณได้กดที่คำว่า “ เข้าสู่ระบบ ( Log in )” อย่ากดที่ “ สร้างข้อมูลใหม่เพื่อเข้าสู่ระบบ ( Create New Login )” เช่นเดียวกัน โปรดจำไว้ว่าหมายเลขรหัส ( PIN ) ที่คุณซื้อมานั้นจะใช้ได้ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันทำการถัดไป หากคุณยังมีปัญหาการเข้าระบบอยู่ ขอให้คุณติดต่อทีมช่วยเหลือได้ที่ Thailand@us-visaservices.com กรุณาอย่าโทรถามข้อมูลด้านเทคนิกเหล่านี้กับทางสถานกงสุลฯ เนื่องจากเราไม่สามารถช่วยคุณได้

คำถาม - ฉันทำการนัดสัมภาษณ์ไว้อาทิตย์หน้าแต่ตอนนี้ฉันต้องเลื่อนเพราะติดธุระ แต่ทำไมเว็บไซท์ถึงไม่ให้ฉันเปลี่ยนวันนัดสัมภาษณ์

คุณสามารถยกเลิกนัดและทำการนัดใหม่ ได้ล่วงหน้า 5 วัน ก่อนวันนัดเดิมที่คุณนัดไว้ แต่หากคุณต้องการเปลี่ยนวันนัดน้อยกว่า 5วันล่วงหน้า คุณต้องซื้อ PIN ใหม่ กรุณาทำการนัดล่วงหน้าไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อคุณจะสามารถเปลี่ยนแปลงตารางนัดได้หากจำเป็น

คำถาม - ฉันสามารถโทรเลื่อนนัดกับสถานกงสุลฯที่เชียงใหม่โดยตรงได้หรือไม่

เจ้าหน้าที่สถานกงสุลฯไม่สามารถช่วยทำการเลื่อนนัดให้คุณได้ หากต้องการเลื่อนนัด คุณต้องทำการยกเลิกนัดเดิมก่อนโดยใช้การบริการด้านวีซ่าทางโทรศัพท์หรือเข้าเว็บไซท์ ขอให้แน่ใจว่าคุณได้ยกเลิกนัดเดิมแน่นอนแล้ว จากนั้นคุณจะสามารถทำการนัดหมายใหม่ผ่านบริการทางโทรศัพท์ได้ 1 ครั้ง และทางเว็บไซท์ได้ 2 ครั้ง

คำถาม – ดิฉันถือวีซ่าผู้ทำงานชั่วคราว ( H1B ) โดยใช้นามสกุลเก่าก่อนสมรส วีซ่ามีอายุถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 ดิฉันเพิ่งสมรสและตอนนี้ได้แก้ไขนามสกุลใหม่ลงในหนังสือเดินทางแล้ว อยากทราบว่าดิฉันยังสามารถเดินทางเข้าสหรัฐฯด้วยวีซ่าอันเดิมได้หรือไม่

ได้ครับ คุณยังใช้วีซ่าเดิมเข้าสหรัฐฯได้อยู่ แสตมป์แจ้งการแก้ไขนามสกุลนั้นถือเป็นหลักฐานได้ แม้กระทั่งคุณมีหนังสือเดินทางเล่มใหม่คุณก็ยังใช้วีซ่าเดิมได้อยู่ ขอแค่คุณถือหนังสือเดินทางทั้งสองเล่มไปด้วยกันเท่านั้น แต่หากคุณต้องการอยู่ในสหรัฐฯในฐานะคู่สมรสของชาวอเมริกัน คุณอาจต้องเปลี่ยนสถานภาพเป็นผู้ได้รับอนุญาตอยู่ในสหรัฐฯถาวรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอเปลี่ยนสถานภาพ กรุณาค้นหาในเว็บไซท์ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ http://uscis.gov/graphic/howdoi/legpermres.htm

คำถาม – ฉันทำงานที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ตอนที่ฉันทำการนัดหมายเพื่อเข้ารับการสัมภาษณ์วีซ่า ในเว็บไซท์บอกว่าฉันต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า 3,800บาท แต่ฉันเดินทางด้วยหนังสือเดินทางข้าราชการ จำเป็นต้องชำระค่าธรรมเนียมด้วยหรือ

ผู้สมัครวีซ่าสหรัฐฯ ต้องชำระค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า ไม่ว่าจะใช้หนังสือเดินทางประเภทใด ข้อยกเว้นมีเพียงบางกรณีเช่น ในกรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้คุณ คุณไม่ต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า ข้าราชการที่เดินทางไปธุระทางราชการอาจจะสามารถทำเรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียมได้ แต่โปรดเข้าใจว่าจดหมายจากกระทรวงการต่างประเทศที่แสดงว่าคุณเดินทางเพื่อไปเรียน การเผยแพร่วัฒนธรรม หรือทัศนศึกษา และรวมทั้งกิจกรรมทางการค้าหรือธุรกิจที่จัดขึ้นโดยรัฐบาลไม่ได้ช่วยให้คุณถูกยกเว้นค่าธรรมเนียม

คำถาม – ฉันถูกเชิญไปบรรยายที่ มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ เป็นเวลา 2 เดิอนในระหว่าปิดภาคเรียนฤดูร้อน ฉันจะได้รับค่าวิทยากรหรือไม่

ผู้เดินทางเข้าสหรัฐฯโดยใช้วีช่าประเภท B-1 (ธุรกิจ) เพื่อไปสอนหรือร่วมกิจกรรมทางด้านการศึกษาจะไม่สามารถรับเงินค่าวิทยากรมากกว่า 9 วัน จากสถาบันเพียงสถาบันเดียว และภายในระยะเวลา 6 เดือนวิทยากรหรืออาจารย์จะไม่สามารถรับเงินค่าวิทยากรจากสถาบันมากกว่า 5 สถาบันได้ ในขณะที่ผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (J-1) จะสามารถได้รับค่าจ้างจากผู้สนับสนุนโครงการ ถ้าคุณต้องการค่าจ้างให้คุณติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ให้จัดกิจกรรมของคุณเป็นส่วนหนึ่งของโครงการแลกเปลี่ยน

คำถาม – ผมมีประชุมทางการแพทย์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่วันที่ว่างสำหรับทำนัดที่เร็วที่สุดอยู่ในเดือนมีนาคม อย่างนี้ผมจะพลาดการประชุมหรือไม่ครับ

เราจัดให้มีการยื่นคำร้องเป็นกรณีพิเศษเพื่อขอเลื่อนนัดสัมภาษณ์ให้เร็วขึ้นสำหรับผู้มีความจำเป็นต้องเดินทางเร่งด่วนได้แก่ การติดต่อกิจธุระด่วน , ความต้องการรับการรักษาทางการแพทย์ด่วน , ผู้ถือบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค และนักเรียนนักศึกษาภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนซึ่งต้องเดินทางถึงสหรัฐฯก่อนโครงการจะเริ่ม เราจะไม่พิจารณาเลื่อนนัดให้กับการเดินทางแบบนักท่องเที่ยว   ผู้สมัครวีซ่า F, J, และ M ที่ขอเร่งวันนัดต้องนำหลักฐานคือ I-20 or DS-2019 มาแสดงให้เห็นว่าหากไม่ได้รับการอนุญาตให้สัมภาษณ์เร็วขึ้นจะทำให้คุณเข้าเรียนไม่ทัน

ถ้าคุณทำการนัดหมายไว้แล้วและอย่างเร่งนัดตามกรณีข้างต้น กรุณาเขียนอีเมลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นมายัง conschiangmai@state.gov โดยให้ใช้หัวข้ออีเมลว่า “Request to Expedite a Non-Immigrant Visa Appointment” ในอีเมลต้องมีการแจ้งหมายเลขยืนยันการนัดหมาย (appointment confirmation number), ชื่อและนามสกุล, หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้, และเหตุผลว่าทำไมคุณถึงต้องการเร่งการนัดหมาย สำหรับกรณีเร่งด่วนทางการแพทย์ที่มีพ่อแม่, คู่สมรส, พี่น้อง, หรือบุตรที่กำลังเจ็บป่วยเข้ามาเกี่ยวข้อง กรุณานำหนังสือรับรองจากแพทย์ผู้รักษามายืนยันโดยอธิบายสถานการณ์อาการเจ็บป่วยนั้น แผนกวีซ่าจะติดต่อกลับเพื่อแจ้งท่านว่าสามารถเร่งนัดให้ท่านได้หรือไม่
ขอความกรุณาผู้สมัครทุกท่านวางแผนในการนัดหมายล่วงหน้าเพื่อให้ท่านได้วันเวลาเข้ามารับการสัมภาษณ์อย่างที่ท่านต้องการ

คำถาม – คุณแม่ของดิฉันได้รับวีซ่าเข้าสหรัฐฯเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตอนแรกมีแผนการเดินทางเดือนหน้า แต่พอดีคุณยายป่วยแล้วต้องเลื่อนการเดินทางไปจนถึงเดือนสิงหาคม ดิฉันได้ยินมาว่าถ้าได้รับวีซ่าแล้วไม่เดินทางภายในสามเดือน วีซ่านั้นจะถือเป็นโมฆะ ดิฉันจึงอยากทราบว่าคุณแม่ดิฉันจะสามารถเดินทางเดือนสิงหาคมได้หรือไม่

คุณแม่ของคุณสามารถเดินทางเดือนสิงหาคมได้โดยไม่มีปัญหาครับ อายุของวีซ่าไม่เกี่ยวข้องกับแผนการเดินทางของคุณ สำหรับบางท่านที่ได้รับวีซ่าระยะสั้นสามเดือนนั้นจำเป็นต้องเดินทางภายในเวลาสามเดือน แต่ในกรณีของคุณแม่คุณนั้นสามารถเดินทางเพื่อขอเข้าสหรัฐฯเมื่อไหร่ก็ได้ในระยะเวลาสิบปี กรุณาทำความเข้าใจว่าอายุของวีซ่าไม่ใช่ระยะเวลาที่อนุญาตให้ท่านอยู่ในสหรัฐฯได้นานตามนั้น ระยะเวลาที่ท่านจะสามารถอยู่ในสหรัฐฯจะได้รับแจ้งอีกครั้งโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

คำถาม – ดิฉันทำงานกับบริษัทเรือสำราญ Carnival Cruise Line และถือวีซ่าลูกเรือ/เปลี่ยนเรือไม่ทราบว่าดิฉันจะสามารถเข้าไปเยี่ยมเพื่อนในรัฐนิวออร์ลีนส์ได้ไหมคะ

คุณไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมเพื่อนด้วยวีซ่าลูกเรือ/เปลี่ยนเรือ (C1-D) ได้ครับ วีซ่าประเภทนี้ใช้สำหรับเดินทางทันทีและต่อเนื่อง หากคุณต้องการเข้ามาภายในประเทศสหรัฐฯคุณต้องสมัครขอวีซ่าท่องเที่ยวคุณสามารถถือวีซ่าหลายๆวีซ่าในคราวเดียวกันได้ ตราบใดที่วีซ่าเหล่านั้นเป็นวีซ่าคนละประเภทกัน

คำถาม – ผมมีวีซ่าท่องเที่ยวธุรกิจอายุ 10 ปี ออกให้เมื่อปี พ.ศ. 2542 ต่อมาผมเปลี่ยนชื่อในปี พ.ศ. 2544 และมีหนังสือเดินทางเล่มใหม่ แต่ยังคงเก็บหนังสือเดินทางเล่มเก่าไว้ด้วย เดือนหน้าผมต้องการเดินทางไปสหรัฐฯ อยากทราบว่าผมยังคงใช้วีซ่าที่อยู่ในหนังสือเดินทางเล่มเดิมได้หรือไม่ในกรณีที่ผมได้เคยเปลี่ยนชื่อมาแล้ว

ได้ครับ คุณสามารถเดินทางไปได้โดยถือหนังสือเดินทางทั้งสองเล่มไปด้วย การเปลี่ยนชื่อไม่ได้แปลว่าวีซ่าคุณจะใช้ไม่ได้ไปด้วย เพียงแต่คุณต้องนำหลักฐานประจำตัวที่แสดงชื่อทั้งเก่าและใหม่ของคุณติดไปด้วย หนังสือเดินทางเองถือเป็นเอกสารที่ดีที่สุดในการแสดงการเปลี่ยนชื่ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นคุณไม่น่าจะมีปัญหาเวลาไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง ส่วนผู้ที่ไม่ มีหนังสือเดินทางเล่มเดิมที่มีชื่อเก่าอยู่กับตัวแล้ว คุณควรเดินทางไปพร้อมกับเอกสารตัวจริงของใบสคัญแจ้งการเปลี่ยนชื่อ/นามสกุลรวมทั้งใบแปลเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เพื่อแสดงว่าท่านมีการเปลี่ยนชื่ออย่างถูกต้องตามกฎหมายมาก่อน.

คำถาม – ภรรยาของผมเคยมีใบเขียวตอนที่เราอยู่ในสหรัฐฯด้วยกัน อยากทราบว่าเรายังใช้มันได้อยู่ไหมครับ? เขาต้องสมัครขอวีซ่าเพื่อเข้าสหรัฐฯหรือไม่

ถ้าพวกคุณตั้งใจจะอยู่ในเมืองไทยต่อ เขาจำเป็นต้องสมัครขอวีซ่าชั่วคราวเพื่อเข้าสหรัฐฯ แต่ถ้าพวกคุณต้องการกลับไปอยู่ที่สหรัฐฯอีกครั้ง คุณคงต้องกลับไปดูว่าใบเขียวนั้นยังมีอายุเหลืออยู่ไหม รวมทั้งเขาออกมาจากสหรัฐฯได้นานเท่าไหร่แล้ว กรุณาอ่านข้อความด้านล่างซึ่งกล่าวถึงบางกรณีที่อาจตรงกับของท่านก็ได้

หากใบเขียว (หรือใบอนุญาตคนต่างด้าวอาศัยอย่างถาวรในสหรัฐฯ)ยังไม่หมดอายุ และคุณออกนอกประเทศสหรัฐฯมาไม่เกินหนึ่งปี ท่านยังคงกลับเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าใหม่

หากใบเขียว (หรือใบอนุญาตคนต่างด้าวอาศัยอย่างถาวรในสหรัฐฯ)ยังไม่หมดอายุ แต่คุณออกนอกประเทศสหรัฐฯมาเกินหนึ่งปีแล้ว คุณอาจกลับเข้าสหรัฐฯได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าใหม่หากคุณสามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณมีถิ่นที่อยู่ในสหรัฐฯซึ่งคุณไม่มีความตั้งใจจะละทั้ง หลักฐานที่ใช้พิสูจน์อาจเป็นการที่คุณมีลูกๆเรียนอยู่ในสหรัฐฯ, การเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศ, มีหน้าที่การงานในสหรัฐฯ, ยื่นขอเรียกคืนภาษีเงินได้ส่วนต่างทุกปี ฯลฯ เมื่อคุณมาถึงที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง คุณต้องแสดงหลักฐานเหล่านี้ให้กับเจ้าหน้าที่ และต้องสมัครขอรับใบเขียวใหม่ด้วย

หากใบเขียวหมดอายุไปแล้ว คุณอาจเดินทางเข้าสหรัฐฯโดยไม่ต้องสมัครขอวีซ่าใหม่ได้ แต่คุณต้องทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชื่อให้ได้ว่าคุณไม่มีเจตนาที่จะละทิ้งถิ่นที่อยู่ของท่านในสหรัฐฯไปอย่างถาวร

หากใบเขียวหมดอายุไปสองปี ซึ่งไม่สามารถใช้ยืนยันสถานภาพได้แล้วนั้น คุณอาจเดินทางเข้าสหรัฐฯโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ ถ้าเพียงคุณสามารถแสดงใบเสร็จรับเงินที่ออกให้ภายในหกเดือนก่อนหน้า สำหรับค่าฟอร์ม I-751 “ ใบคำร้องขอถอดถอนสถานภาพผู้อาศัยอย่างถาวร

บุคคลต่างด้าวที่มีฟอร์ม I-191 “ ใบสมัครขออนุมัติล่วงหน้าเพื่อการกลับสู่ถิ่นที่อยู่ที่ไม่ต้องการละทิ้งในสหรัฐฯ ” บุคคลที่ถือฟอร์มนี้ไม่ต้องขอวีซ่าใหม่เพื่อกลับเข้าสหรัฐฯ กรุณาจำไว้ว่าฟอร์มนี้ขอได้ภายในประเทศสหรัฐฯเท่านั้น

คำถาม – ผมต้องเดินทางไปถึงสหรัฐฯสองวันหลังจากวันนัดสัมภาษณ์วีซ่า ผมจะได้วีซ่าทันเวลาเดินทางหรือไม่

ผู้สมัครวีซ่าที่ได้รับการอนุมัติวีซ่าเพื่อเดินทางไปยังสหรัฐฯ จะได้รับหนังสือเดินทางพร้อมทั้งวีซ่าทางไปรณีย์โดยจะส่งให้โดยใช้ซองเปล่าที่ท่านได้ซื้อจากที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิงไว้แล้ว ผู้สมัครส่วนใหญ่จะได้รับหนังสือเดินทางภายในสี่วัน แต่หากคุณมีความจำเป็นต้องเดินทางก่อนหน้านั้น หรือหากคุณอาศัยอยู่ในเขตที่ไม่แน่ใจว่าไปรษณีย์จะสามารถส่งได้ทัน คุณควรจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่กงสุลฯทราบถึงความจำเป็นในการรับวีซ่าของคุณ คุณสามารถเตรียมการเพื่อที่จะไปรับซองที่บรรจุหนังสือเดินทาง ณ ที่ทำการไปรษณีย์แม่ปิงภายในวันรุ่งขึ้นได้

คำถาม – ผมเรียนที่สหรัฐฯได้สองปีแล้ว ตอนนี้ผมกลับมาเยี่ยมครอบครัว ปีที่แล้วผมย้ายโรงเรียนและได้ I-20 จากโรงเรียนใหม่แล้ว วีซ่าเก่าของผมยังไม่หมดอายุ ผมสามารถใช้วีซ่านั้นเดินทางกลับเข้าสหรัฐฯได้หรือไม่

คุณสามารถเดินทางกลับไปโดยใช้วีซ่าเดิมของคุณพร้อมกับ I-20 จากโรงเรียนใหม่ อย่าลืมนำ I-20 ตัวจริงและใบแสดงผลการเรียนจากโรงเรียนของคุณเดินทางไปด้วย หากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสงสัยว่าคุณไม่เคยตั้งใจที่จะไปเรียนในโรงเรียนที่ระบุไว้ในวีซ่า คุณอาจจะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าสหรัฐฯ เพื่อให้การเข้าเมืองของคุณง่ายขึ้น ขอให้คุณเตรียมเอกสารที่สามารถแสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมาคุณเข้าเรียนตลอดทั้งเทอม

คำถาม – หลังจากที่เรียนจบที่สหรัฐฯ คุณสามารถทำงานต่อได้หรือไม่

มีสองวิธีที่คุณสามารถอยู่สหรัฐฯต่อเพื่อทำงานหลังจากที่คุณเรียนจบ หนึ่งได้แก่การหานายจ้างที่จะรับรองการออกวีซ่าทำงาน (H visa) ให้กับคุณ หรืออีกหนึ่งทางได้แก่การที่คุณทำงานในด้านที่เกี่ยวข้องกับการเรียนของคุณ โดยจะสามารถทำได้ถึง 14 เดือนนับจากวันที่คุณเรียนจบ ลักษณะหลังนี้เรียกว่า Optional Practical Training (OPT) เพื่อที่จะทำให้ถูกต้อง คุณต้องขอให้ทางโรงเรียนระบุ OPT ลงไปใน I-20 คุณต้องได้รับเอกสารอนุญาตให้ทำงาน (EAD) จาก กระทรวงความมั่นคง และความปลอดภัยของประเทศสหรัฐอเมริกา กรุณานำ EAD และ I-20 ของคุณติดตัวไปด้วยเมื่อเดินทางออกจากสหรัฐฯในขณะที่คุณอยู่ในสถานะการทำงานแบบ OPT มืเช่นนั้นคุณอาจถูกปฏิเสธการกลับเข้าสหรัฐฯ

คำถาม – ผมจะต้องไปเรียนต่อปริญญาเอกที่สหรัฐฯ ผมและภรรยาจะพาลูกชายวัย 10 ขวบไปกับเราด้วย ผมต้องขอวีซ่านักเรียนให้เขาเพื่อไปเรียนที่นั่นหรือไม่

ลูกชายของคุณไม่จำเป็นต้องมีวีซ่านักเรียนประเภท F1 เพราะเขาอยู่ในฐานะ F2 (ลูกหรือภรรยาของนักเรียน) ซึ่งหมายถึงเขาสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐบาลหรือเอกชนระดับประถมได้ เมื่อภรรยาและลูกของคุณสมัครวีซ่าพร้อมกับคุณ พวกเขาไม่ต้องใช้แบบฟอร์มอะไรเป็นพิเศษ แต่หากพวกเขาสมัครหลังจากคุณ เขาจะต้องนำ I-20 จากสถาบันที่คุณเข้าเรียน โดยแสดงให้เห็นว่าคุณกำลังเรียนอยู่หรือกำลังจะเรียนภายใน 30 วัน

คำแนะนำเกี่ยวกับศึกษาต่อในประเทศสหรัฐฯ

ช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา เราได้ตั้งข้อสังเกตพบว่ามีนักเรียนนักศึกษาหลายคนได้เข้ามาสมัครวีซ่าเพื่อขอไปศึกต่อในสหรัฐฯแต่ทางเรากลับจำเป็นต้องปฏิเสธการให้วีซ่าเนื่องจากนักเรียนนักศึกษาเหล่านั้นขาดการเตรียมความพร้อมที่ดี เราอยากจะอำนวยความสะดวกในการเดินทางเพื่อการศึกษา จึงได้เสนอข้อมูลดังต่อไปนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านในการเตรีมตัวต่อไป

เราเห็นว่าประเด็นนี้สำคัญมากเนื่องจากเราต้องการส่งเสริมให้นักเรียนไทยเข้าไปศึกษาต่อในสหรัฐฯมากขึ้น ปีที่แล้วมีนักเรียนต่างชาติศึกษาอยู่ในอเมริกาเกือบ 555,000 คน ในจำนวนนี้พบว่าเป็นนักเรียนไทยกว่า 8,500 คน ซึ่งมากเป็นอับดับสิบในบรรดานักเรียนต่างชาติที่มาจากทั่วโลก

ในขณะที่บรรดานักเรียนนักศึกษาได้รับการศึกษาที่ดีในสหรัฐฯนั้นบรรดาโรงเรียนและมหาวิทยาลัยของเราก็ได้รับผลประโยชน์ด้วยเช่นกันนักศึกษาต่างชาตินั้นได้ช่วยให้มหาวิทยาลัยต่างๆมีความเป็นสากลมากขึ้นรวมทั้งทำให้นักศึกษาอเมริกันเองได้รู้จักโลกผ่านนักศึกษาต่างชาติมากขึ้นด้วย

นักศึกษาไทยและชาติอื่นๆเดินทางกลับประเทศของตนด้วยความเข้าใจในประเทศสหรัฐฯมากขึ้น พวกเขาได้นำความรู้มาใช้ในหน้าที่การงานกับรัฐบาล, ในวงการวิชาการ, ในวงการธุรกิจ, รวมทั้งนำมาใช้กับครอบครัวและชุมชนของพวกเขาเองด้วย

เป็นที่น่าเสียดายว่าจำนวนนักเรียนไทยในสหรัฐฯนั้นลดลงเรื่อยๆในระยะหลายปีมานี้ เราทราบมาว่านักเรียนหลายคนไม่มีความมั่นใจในการสมัครเรียนในประเทศสหรัฐฯเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับวีซ่า

ความจริงก็คือนักเรียนที่ต้องการเข้าไปเรียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายนนั้น เมื่อได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยที่มีการรับรองวิทยฐานะไม่ว่าจะเป็นสาขาใดของ ศิลปศาสตร์บัณฑิตหรือมหาบัณฑิต มีแนวโน้มที่จะถูกปฏิเสธวีซ่าน้อยมาก อย่างไรก็ดีการเตรียมตัวให้พร้อมถือเป็นเรื่องสำคั

ขอความช่วยเหลือ

มีแหล่งข้อมูลมากมายที่สามารถช่วยวางแผนการศึกษาของคุณได้ ใครก็ตามที่สนใจจะศึกษาต่อในประเทศสหรัฐฯควรเริ่มต้นด้วยการเข้าไปที่เว็บไซท์หน่วยงานส่งเสริมการศึกษาต่ออเมริกาของกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐฯ ได้แก่ http://educationusa.state.gov. หน่วยงานส่งเสริมการศึกษาต่ออเมริกานี้มีสำนักงานที่เชียงใหม่ด้วย ชื่อว่า IC-ACE หมายเลขโทรศัพท์ 053-942-896 นอกจากนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯยังได้ตีพิมพ์วารสารฉบับย่อออกมาสี่ฉบับเพื่อให้ข้อมูลเชิงปฏิบัติการแก่นักเรียนนักศึกษาด้วย วารสารทั้งสี่ฉบับสามารถดาวน์โลดได้จากเว็บไซท์หน่วยงานส่งเสริมการศึกษาต่ออเมริกา หรือมาติดต่อขอรับเล่มได้ที่สถานกงสุลฯหรือที่ IC-ACE.

เลือกสถาบันการศึกษาที่ดีที่สุดสำหรับตัวท่าน

การที่ต้องเลือกมหาวิทยาลัยเพื่อเข้าเรียนทั้งๆที่อยู่ไกลจากสถานที่จริงเป็นพันๆไมล์นั้นถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อมีสถาบันดีๆมากมายให้เลือกเรียนในสหรัฐฯ แต่ถ้าคุณวางแผนล่วงหน้าและสำรวจข้อมูลอย่างรอบคอบ คุณจะสามารถหารายชื่อสถาบันการศึกษาที่ตรงกับความต้องการของคุณได้ นักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันเพราะฉะนั้นเวลาตัดสินใจคุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงทั้งปัจจัยด้านการศึกษาและวิถีการดำเนินชีวิตของคุณเอง คุณควรเริ่มขั้นตอนการสำรวจตัวเองและสถาบันการศึกษาอย่างน้อย 12 ถึง 18 เดือนก่อนหน้าการเริ่มเข้าเรียนจริง สิ่งนี้จะช่วยให้คุณมีวิสันทัศน์ที่ชัดเจนต่อสถานที่ที่ต้องการไปศึกษาซึ่งจะช่วยคุณได้อย่างมากเมื่อคุณเข้ามาสมัครขอวีซ่า

อินเตอร์เน็ตถือเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูลสถาบันการศึกษาที่ดีมาก ไม่ว่าจะดูที่เว็บไซท์หน่วยงานส่งเสริมการศึกษาต่ออเมริกาม, เว็บไซท์ของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนเอง, เว็บไซท์เปิดที่ช่วยสำหรับการสืบค้น (search engine) เช่น "Peterson’s," "The College Board," "U.S. News," หรือ "The Princeton Review." ท่านยังหาข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกมากมายที่ IC-ACE ซึ่งเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาเรื่องมหาวิทยาลัย, หรือตามงานแนะแนวการศึกษาของสถาบันต่างๆ, รวมถึงการไปเยี่ยมเยียนสถานที่จริงหากคุณมีโอกาสได้ไปประเทศสหรัฐฯ สิ่งที่คุณควรค้นคว้าคือศักดิ์และสิทธิ์ของปริญญาที่คุณจะได้รับ, ข้อมูลสาขาวิชาเอกต่างๆ, การให้ความสำคัญด้านวิชาการ, วิชาเลือกที่มีให้เรียน, โครงสร้างหลักสูตร, จุดเด่นทางด้านวิชาการ, ปริมาณคณาจารย์เมื่อเทียบกับนักเรียนนักศึกษา, ค่าใช้จ่าย, ที่พักอาศัย, สถานที่ตั้ง, ขนาด, สังคมในสถาบันการศึกษานั้น, สโมสรและชมรมที่มี, นักศึกษาต่างชาติที่เข้าเรียน, ความสัมพันธ์กับสถาบันอื่นๆ, และ กิจกรรมนอกเวลาเรียน พยายามหาและรวบรวมสถาบันที่ตรงความต้องการของคุณไว้ในรายการสัก 10 – 20 แห่ง

ต้องเสียค่าธรรมเนียมการศึกษาจำนวนเท่าไหร่

การศึกษาในสถาบันของสหรัฐอเมริกาถือเป็นการลงทุนที่ราคาแพงแต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สำหรับปีการศึกษา 2005-2006 คณะกรรมการมหาวิทยาลัยได้ประมาณการค่าธรรมเนียมการศึกษาโดยแยกประเภทตามสถาบันการศึกษาดังนี้

สถาบันวิทยาลัยชุมชน หลักสูตร 2 ปีจะมีค่า ธรรมเนียมการศึกษาประมาณปีละ 2,191 เหรียญสหรัฐ
สถาบันการศึกษาของรัฐ หลักสูตร 4 ปีจะมีค่า ธรรมเนียมการศึกษาประมาณปีละ 5,491 เหรียญสหรัฐ
สถาบันการศึกษาเอกชน หลักสูตร 4 ปีจะมีค่า ธรรมเนียมการศึกษาประมาณปีละ 21,235 เหรียญสหรัฐ
อัตรานี้เป็นอัตราค่า ธรรมเนียมการศึกษาอย่างเดียวเท่านั้น หากต้องการรวมค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่าใช้จ่ายรวมต่อปีของคุณจะสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัวดังนี้

สถาบันวิทยาลัยชุมชน หลักสูตร 2 ปีจะมีค่า ธรรมเนียมการศึกษาประมาณปีละ 11,000 เหรียญสหรัฐ
สถาบันการศึกษาของรัฐ หลักสูตร 4 ปีจะมีค่า ธรรมเนียมการศึกษาประมาณปีละ 20,000 เหรียญสหรัฐ
สถาบันการศึกษาเอกชน หลักสูตร 4 ปีจะมีค่า ธรรมเนียมการศึกษาประมาณปีละ 30,000 เหรียญสหรัฐ
เป็นสิ่งสำคัญที่คุณควรจะวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายของคุณล่วงหน้าอย่างน้อย 12 เดือนก่อนที่คุณจะเข้าเรียนที่สหรัฐ ฯ คุณสามารถติดต่อไปที่สถาบัน IC-ACE หรือโทรศัพท์ไปยังหมายเลข 053-942-896 เพื่อขอคำแนะนำจากมืออาชีพที่มีประสบการณ์สำหรับขั้นตอนดังกล่าว

ประมาณการทุนส่วนตัวที่คุณมีอยู่

ให้คุณปรึกษากับพ่อแม่หรือผู้ปกครองของคุณเพื่อที่จะดูว่าครอบครัวจะสามารถสนับสนุนเงินให้คุณได้เป็นจำนวนมากน้อยเท่าไหร่ต่อปี พยายามรวบรวมเงินในครอบครัวให้ได้มากที่สุดเพราะ ถึงแม้ว่าจะมีทุนการศึกษา ทุนก็จะครอบคลุมเพียงแค่ในส่วนของค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพทั้งหมด และอาจจะไม่มีทุนสำหรับ นักศึกษาต่างชาติในปีแรก ขอให้คุณทราบว่าเจ้าหน้าที่กงสุลไม้ได้ดูเพียงแค่จำนวนเงินในสมุดบัญชีเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่จะดูภาพรวมถึงเรื่องเหตุผลอันสมควรว่าคนในครอบครัวของคุณจะสนับสนุนคุณเรื่องค่าใช้จ่ายให้คุณได้อย่างไรและเพราะเหตุใด เช่น ถึงแม้คุณลุงของคุณจะมีฐานะดี แต่ลูกทั้งสามคนของเขาไม่มีใครเคยเรียนต่างประเทศ คุณต้องสามารถอธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้กับคุณ

หาข้อมูลและแหล่งความช่วยเหลือด้านการเงินเพิ่มเติม

ทุนการศึกษาทุกประเภทรวมทั้งแหล่งความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับนักศึกษาต่างชาตินั้นมีอัตราการแข่งขันสูงและนักศึกษาที่ต้องการทุนต้องมีผลการเรียนที่ดีเยี่ยม ทุนการศึกษาคือรางวัลด้านการเงินที่มอบให้กับผู้ทีมีคุณสมบัติที่ดีรวมถึงคุณภาพด้านการเรียนที่โดดเด่น ความสามารถพิเศษด้านกีฬา หรือด้านศิลปะ หรืออาจจะเป็นผู้นำ และผู้ที่ทำประโยชน์ให้แก่ชุมชน ความช่วยเหลือด้านการเงินมอบให้บนพื้นฐานของความจำเป็นด้านการเงินของนักศึกษาโดยพิจารณาจากเอกสารด้านรายได้ของครอบครัว ทรัพย์สิน และปัจจัยอื่นๆ คุณสามารถหาแหล่งความช่วยเหลือด้านการเงินได้จากรัฐบาลไทย , มหาวิทยาลัยของคุณในประเทศไทย , มหาวิทยาลัยที่คุณจะเรียนในสหรัฐฯ , แหล่งเงินกู้ , แหล่งทุนต่างชาติ , หรือตามหน่วยงานที่ว่าจ้าง

แหล่งเงินทุนในประเทศไทย คุณสามารถค้นคว้าข้อมูลเพื่อหาแหล่งทุนจากรัฐบาล , บริษัท , หรือมูลนิธิต่างๆมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีงบประมาณสำหรับส่งนักศึกษาไปต่างต่างประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , มหาวิทยาลัยพายัพ , มหาวิทยาลัยราชภัฏ และอื่นๆ นอกจากนี้รัฐบาลไทยมีทุนการศึกษามากมาย คุณสามารถหารายชื่อผู้ให้ทุนการศึกษาและข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้จากเว็บไซท์ของก.พ. หรือสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ( Office of the Civil Service Commission ) ที่http://203.170.253.2/Educations/Scholarship/index.html.

ทุนการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษา น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสถาบันการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่จะมีความช่วยเหลือทางด้านการเงินให้กับนักเรียนที่ไม่ใช่สัญญาติสหรัฐฯหรือนักเรียนที่ไม่ได้ถือบัตรผู้พำนักถาวรของสหรัฐฯ ให้คุณแจ้งทางแผนกรับนักศึกษาใหม่ว่าคุณมาจากประเทศไทยและต้องการทราบข้อมูลเรื่องความช่วยเหลือทางด้านการเงินสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ในกรณีที่มี ความช่วยเหลือนั้นจะมาจากแหล่งเงินที่แตกต่างกัน อันได้แก่ทุนช่วยเหลือ   ทุนการศึกษา เงินกู้ยืมสำหรับบางกรณี หรือการทำงานนอกเวลา เป็นต้น

นักเรียนไทยที่จะได้ทุนแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ จะต้องได้เกรด A ในเกือบทุกวิชา คะแนนสอบ SAT และTOEFL สูง และยังโดดเด่นในด้านอื่นๆเช่นด้านความเป็นผู้นำและด้านการบริการสังคม มีนักเรียนที่เก่งที่สุด 20 คนจากทั่วโลกที่จะแข่งขันกันเพื่อรับทุนการศึกษาหนึ่งทุน ดังนั้นคุณจึงต้องแสดงให้เห็นถึงความพิเศษกว่าคนอื่นของคุณ

ทุนการศึกษาด้านกีฬา วิทยาลัยบางแห่งในสหรัฐฯเสนอโอกาสให้กับนักเรียนที่มีพรสววรค์ด้านกีฬาโดยให้เล่นกีฬาของวิทยาลัยแทนการชำระค่าเล่าเรียน

รางวัลระดับนานาชาติ นักเรียนต่างชาติสามารถขอทุนช่วยเหลือจากมูลนิธิ หน่วยงาน และรัฐบาลสหรัฐฯ ความช่วยเหลือประเภทนี้มีน้อย และมักจะเป็นทุนที่เก็บไว้ให้สำหรับนักศึกษาปริญญาโทหรือเอกเท่านั้น

คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทุนการศึกษาด้านกีฬาและรางวัลระดับนานาชาติได้จากเว็บไชท์ http://www.educationusa.state.gov/finaidlinks.htm 

เงินกู้ ในบางกรณีคุณสามารถเจรจาเพื่อขอเงินกู้จากรัฐบาลเพื่อชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาบางส่วน โดยปกติคุณต้องหาผู้ค้ำประกันชาวอเมริกันมาลงนามรับรองสำหรับการกู้เงินในโครงการประเภทนี้ และส่วนมากคุณต้องเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯก่อนที่คุณจะสมัครขอเงินกู้ ก่อนที่จะรับเงินกู้ให้แน่ใจว่าคุณจะสามารถจ่ายเงินคืนได้อย่างไร และเงินกู้นี้จะมีผลกระทบกับแผนการเรื่องเรียนจบและการที่คุณจะเรียนต่ออย่างไร อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อการกลับประเทศของคุณหรือไม่

การจ้างงาน กองตรวจคนเข้าเมืองมีอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติทำงานชั่วคราว ( part-time )ได้เท่านั้น และต้องไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งต้องเป็นงานที่ทำในสถนที่ที่คุณเรียนระหว่างการเข้าศึกษาในปีแรกเท่านั้น หากคุณทำงาน 10 ถึง 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ คุณจะสามารถจ่ายค่าจิปาถะเช่น ตำราเรียน เสื้อผ้า และค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่งานในสถานศึกษาเหล่านี้จะไม่สามารถทำให้คุณชำระค่าใช้จ่ายหลักเช่นค่าเล่าเรียนหรือค่าที่พักได

การลดภาระค่าเล่าเรียนของคุณ เมื่อคุณวางแผนเรื่องการเงินให้คุณพิจารณาวิธีที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายดังนี้

ให้คุณพิจารณาการศึกษาแบบทางไกล หลักสูตรการศึกษาแบบทางไกลเป็นทางเลือกที่ประหยัดอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งนักเรียนต่างชาติจะสามารถได้วุฒิการศึกษาจากสหรัฐฯโดยไม่ต้องย้ายไปอยู่ที่สหรัฐฯและไม่ต้องสมัครวีซ่านักเรียน หลักสูตรการศึกษาทางไกลในสหรัฐฯนั้นมีให้เลือกหลายพันหลักสูตรร เป็นหน้าที่ที่คุณจะต้องศึกษาและเลือกโครงการที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง และไม่ว่าคุณจะเลือกหลักสูตรใดก็ตามขอให้คุณแน่ใจว่าหลักสูตรที่คุณเลือกนั้นจะได้รับการรับรองวิทยฐานะ หน่วยงานที่รับรองวิทยฐานะให้กับหลักสูตรการศึกษาทางไกลในสหรัฐฯนั้นเรียกว่าสภาการศึกษาและการฝึกอบรมทางไกล (Distance Education and Training Council: http://www.detc.org.)

เลือกสถาบันที่ราคาถูกกว่า มองหาสถาบันที่มีคุณภาพแต่อัตราค่าเล่าเรียนถูกกว่า

ใช้เวลาเรียนให้น้อยลง หากคุณสามารถสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหลักสูตรสี่ปีได้ภายในเวลาเพียงสามปี คุณจะประหยัดไปได้หลายพันเหรียญ นักเรียนสามารถเร่งรัดหลักสูตรได้โดยวิธีเทียบโอนหน่วยกิตวิชาที่เคยเรียนระดับอุกมศึกษาในประเทศของตน (ในกรณีที่ได้เกรดระดับ A , เป็นบัณฑิตที่จบจากสถาบันต่างชาติ, หรือผ่านการสอบวัดระดับขั้นสูงมาแล้ว), ลงเรียนในวิทยาลัยชุมชนใกล้ๆหากค่าเล่าเรียนถูกกว่าและสามารถย้ายโอนหน่วยกิตได้, ลงทะเบียนเรียนภาคฤดูร้อนหากวิชาเรียนนั้นเปิด, หรือลงเรียนมากขึ้นหนึ่งวิชาในภาคเรียนปกติ

การยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษา ซึ่งขึ้นอยู่กับผลการเรียนในปีแรกของคุณ บางวิทยาลัยให้รางวัลโดยการลดหย่อนค่าเล่าเรียนให้บางส่วน ผลการเรียนที่ดีจะช่วยให้คุณประหยัดได้หลายพันเหรียญ .

ค่าครองชีพ หากสมัครเป็นผู้ช่วยในหอพักจะช่วยให้คุณประหยัดค่าครองชีพได้หลายพันเหรียญ การเป็นผู้ช่วยงานในโรงอาหารเป็นงานที่นอกจากจะให้เงินเดือนแล้วยังได้ทานอาหารแบบไม่จำกัดปริมาณ การพักอยู่กับเพื่อนหรือญาตินอกมหาวิทยาลัยช่วยประหยัดได้หากได้ที่พักที่เหมาะสมและการขนส่งมวลชนมีประสิทธิภาพ

การศึกษาแบบสองปีและวิทยาลัยชุมชน นักเรียนจำนวนมากสามารถประหยัดค่าเล่าเรียนได้หลายพันเหรียญโดยการเข้าเรียนสองปีแรกในวิทยาลัยชุมชนและย้ายไปเรียนต่อกับสถาบันการศึกษาแบบสี่ปี่เพื่อสำเร็จการศึกษา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิทยาลัยชุมชนสามารถอ่านได้จาก Community Colleges USA , http://www.cc-usa.org.

การสมัครวีซ่านักเรียนหรือวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยน

ในการที่จะสมัครวีซ่าที่สถานกงสุลฯนั้น สิ่งแรกที่คุณต้องมีมาแสดงคือเอกสารที่ชื่อว่า SEVIS ( Student and Exchange Visitor Information System) ไม่ว่าจะเป็น I-20 หรือ DS-2019 ซึ่งออกให้โดยวิทยาลัย, มหาวิทยาลัย, หรือหน่วยงานที่ให้ทุนซึ่งได้รับการรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯคุณจะต้องยื่นเอกสารนี้ในวันที่คุณสมัครวีซ่า สถาบันการศึกษาในสหรัฐฯหรือผู้สนับสนุนโครงการของคุณจะออกเอกสาร SEVIS ที่เหมาะสมกับคุณเมื่อคุณได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนในสถาบันการศึกษานั้นๆ หรือได้รับการตอบรับให้เข้าร่วมในโครงการแลกเปลี่ยน สถาบันหรือผู้สนับสนุนหลักสูตรจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่คุณในเรื่องการสมัครวีซ่าในประเภทที่เหมาะสม พร้อมทั้งคำแนะนำต่างๆในการเริ่มต้นชีวิตนักเรียนนักศึกษาปีแรกในสหรัฐฯ

นักเรียนจะต้องชำระค่าธรรมเนียม SEVIS คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการชำระค่าธรรมเนียมและพิมพ์ใบเสร็จยืนยันการชำระค่าธรรมเนียมได้จาก http://www.ice.gov/graphics/sevis/i901/index.htm เช่นเดียวกันกับผู้สมัครวีซ่าท่านอื่นๆ คุณยังต้องชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าด้วย ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ต้องซื้อ PIN และนัดหมายวันที่ต้องการเข้ารับการสัมภาษณ์ ขอให้คุณแน่ใจว่าได้เตรียมเอกสารทุกอย่างที่เกี่ยวข้องไปในวันสัมภาษณ์ครบถ้วน รวมถึงเอกสารสนับสนุนการสมัครวีซ่านักเรียน (I-20 or DS-2019 ), เอกสารสนับสนุนด้านการเงิน, เอกสารพิสูจน์การชำระค่าธรรมเนียม SEVIS และค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า พร้อมทั้งใบคำร้องขอวีซ่าแบบอิเล็คทรอนิกส์ ( EVAF ) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องขั้นตอนการสมัครวีซ่า คุณสามารถอ่านได้จาก http://bangkok.usembassy.gov/consulcm

Page Tools:

 Print this article



 
 

    This site is managed by the U.S. Department of State.
    External links to other Internet sites should not be construed as an endorsement of the views or privacy policies contained therein.


Consulate of the United States